midonari 的个人资料MidOnarI Yoki--t-->照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
MidOnarI Yoki--t-->การเดินทางก้าวเล็กๆ ของเดะตัวน้อย!!! |
|||||
|
|
1月20日 เว้นว่างหลังจากเว้นว่างไปเสียนาน...ในที่สุดก็รู้สึกมีอารมณ์อยากเขียนขึ้นมา
ณ เวลาตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากมาย
รู้สึกว่าจิตใจไม่ปกติเอาเสียเลย
จะทำอะไรก็เบื่อไปหมด
อยากจะเขียนอะไรหลายๆอย่าง...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนยังไงดี
เอาเรื่องนี้ดีกว่า...
วันก่อนนั้นยืมหนังสือของหนอยแน่มาเรื่องหนึ่ง
มันชื่อว่า "ณ"
เป็นชื่อสั้นๆนะ แต่รู้สึกว่าคนเขียนเขียนได้ดีทีเดียว
อ่านแล้วรู้สึกว่านักเขียนคนนี้เป็นคนที่สามารถเอาเรื่องรอบตัวมาเขียนเพื่อให้คนคิดได้
เอาเรื่องที่เราคิดว่าเศร้าหรือไม่มีความสุขมาปรับเปลี่ยนให้เรามีทัศนคติที่ดีได้
เรื่องที่หยกชอบก็มีหลายเรื่องนะ
เช่นเรื่อ "ณ สนามฟุตบอล"ที่เป็นการสอนให้รู้จักการทำความดีโดยที่ไม่ต้องออกหน้า(หยกได้ข้อคิดอย่างนี้นะ)
หยกว่ามันเป็นเรื่องยากอย่างมนุษย์เรานะที่จะทำความดีโดยที่ไม่ต้องป่าวประกาศให้โลกรู้
เพราะใครๆก็อยากทำอะไรแล้วมีคนชมเช่นกัน
รวมทั้งตัวหยกเองด้วย
เพราะถ้าเราทำอะไรไปแล้วเขาไม่เห็นค่า
บางทีเราก็คงไม่อยากจะทำ
ตอนนี้พยายามเป็นคนไม่คิดมากเรื่องนี้อยู่...ว่าใครจะเห็นหรือไม่ก็ช่าง
ขอให้เราได้ทำอะไรดีๆ...แต่รู้สึกนะ...ว่ามันยากวะ
มีอีกเรื่องหนึ่ง "ณ สี่แยกไฟแดง" มันเป็นการสอนให้คนรู้จักให้(หยกได้ข้อคิดอย่างนี้นะ)
เมื่อก่อนนี้หยกรู้สึกว่าตัวเองใจบุญมากเลยอ่ะ
คนแก่ขึ้นรถเมล์ก็ลุกให้นั่ง
เจอขอทานก็ให้เงิน
ไม่รู้ว่ายิ่งโตก็ยิ่งเห็นแก่ตัวหรือเปล่า555
เลยไม่ค่อยให้
ส่วนหนึ่งคงเพราะว่ารู้ว่าคนพวกนี้เหมือนคนที่หลอกลวงเรา
ได้เงินแล้วก็ไม่เอาไปเลี้ยงชีพตน...แต่กลับเอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด
แต่บางทีมันก็เหมือนข้ออ้างนะ
เพราะการที่เราจะทำอะรให้ใครสักคน...มันคงไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง
จะให้ก็ให้ไปเลย ไม่ต้องมานั่งคิดโน่นคิดนี่อีก
อ่านแล้วโดน...
ยังมีเรือ่งอื่นอีกมากมายเลยที่ชอบ แต่ที่ชอบมากๆคงเป็น 2 เรื่องนี้
ใครที่รู้จักและก็ได้อ่าน...ไม่รู้เหมือนกันนะว่าคุณคิดยังไงกันบ้าง
แต่หวังว่าคุณคงได้รับความรู้สึกดีๆที่หนังสือเล่มนี้พยามยามถ่ายทอดให้
ส่วนใครที่ยังไม่ได้อ่าน...ขอรับประกันว่า..ลองอ่านดู แล้วคุณจะรู้
ต่อไปหนูจะไม่ขี้อิจฉาค่ะ...แต่ว่ามันคงยากนะเนี่ยเรา
ต่อไปจะพยามยามเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว
อยากทำอะไรเพื่อคนอื่นนะ แต่พอไม่มีใครเห็นแล้วมันท้อแท้วะ
อยากเปลี่ยนตัวเองใหม่.....เมื่อไหร่จะทำได้ซักที.... 11月9日 การเดินทางของ...เด็กนอก(เมือง)วันนี้หนูจะพาไปเดินทางที่เด็กนอกเมืองทั้งหลายไม่ค่อยมีโอกาสได้ไป...นั่นคือในเมืองนั่นเอง สืบเนื่องจากชวนชาวบ้านหลายคนมากว่า"ไปเดินเที่ยวราชดำเนินกะหนูหน่อยนะ" แต่ทุกคนจะต้องถามกลับมาว่า"ราชดำเนินมีไรให้เที่ยวหรอ แต่แล้วก็มีแม่นางหนึ่งเขียนลงบอร์ดว่าอยากไป และข้าพเจ้าก็ได้บอกให้เธอชวนหน่อยเพราะอยากไป แล้วเธอก็ชวนข้าพเจ้าไปทันที ว้าววววฦนเป็นจริง แต่เมื่อบอกคนว่าจะไปเที่ยวราชดำเนินเอาไรป่าว ทุกคนจะถามกลับมาอีกว่า"ไปทำไรที่ราชดำเนิน มันมีไรบ้างหรอ" แป่ววว แม่นางของข้าพเจ้าบอกข้าพเจ้าว่า"มันต้องมีอะไรซี่" ใช่ๆ ในสิ่งที่ทุกคนมองไม่เห็นนี่แหละว่าไม่อะไร เราจะแสดงให้เห็นเองว่ามันมี555 เราเริ่มต้นกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ แล้วเดินอ้อมสนามหลวงไปเจอหัวช้าง...ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดีอ่ะ555 ใครรู้ก็บอกหน่อยแล้วกันนะ...เพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันสร้างมาได้ยังไง ระหว่างทางที่เรากำลังจะเดินไปเพื่อหาจุดหมายปลายทางแรกของเรา ฝนก็เริ่มตกหนัก...จนถึงหนักมาก ในที่สุดเราก็เลยต้องลี้ภัยไปที่เซเว่น..แ แน่นอนก็ต้องหาของกินด้วย555 หลังจากที่เราดองอยู่ในเซเว่นมาประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็เริ่มออกผจญภัยอีกครั้ง สถานที่ที่เราไปเยือนที่แรกคือ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม ที่หลายๆคนคงจะรู้จักดี อนุสรณ์สถานนี้ได้ริเริ่มสร้างในสมัย นายก สัญญา ธรรมศักดิ์ แต่ต่อมาถูกนายกธานินทร์ ไกรวิเชียรยกเลิกเนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมือง เมื่อวันที่6 ตุลาคม 2519 แล้วมาเริ่มสร้างใหม่สมัย นายก ชาติชาย ชุณหวัน และ เปิดใช้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2544 ความหมายของอนุสรณ์สถาน นี้คือ การเคารพความจริงของประวัติศาสตร์ และ จูงใจให้คนไทยรู้จักให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาและต่อสู้เพื่อความดีงามของสังคมไทย เมื่อเราเดินมาได้ซักพักอี ฝนก็เริ่มตกหนักอีกครั้ง เราจึงเริ่มหาที่พักพิงใหม่ เม่นางของข้าพเจ้า เห็นร้านหนังสือแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(ขอโทษนะจำชื่อร้านไม่ได้)ก็เลยเกิดดีอกดีใจ ข้าพเจ้าเลยเดินตามเข้าไปด้วย..ดีจังมีที่หลบฝน ระหว่าที่แม่นางของข้าพเจ้าเดินหาหนังสือไปข้าพเจ้าก็เลยขอเสนอบรรยากาศภายในร้านด้วยรูปแม่นางของข้าพเจ้า ว่างๆแวะไปดูนะ บรรยากาศดี และ บรรยากาศของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตอนที่ฝนตกหนักๆ ดูแล้วสวยดีนะชอบๆ เมื่อพูดถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหลายคนคงรู้จักดีว่าเป็นอนุสรณ์ในเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย แต่คุณทราบหรือไม่ว่าความหมาบของอนุสาวรีย์นี้คืออะไร อนุสาวรีย์นี้ อ.ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบขึ้นมา โดยแฝงความหมายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเอาไว้ ปีกทั้ง 4 ด้านมีส่วนสูงและรัศมีของพื้รฐานยาว 24 เมตร(คงไม่ต้องบอกนะว่าหมายความว่าไง) พานรัฐธรมนูญสูง 3 เมตร คือ เดือน 3 มุถุนายน(นับเมษาเดือนแรก) ปืนใหญ่ 75 กระบอก หมายถึง ปี 2475 พระขรรภ์ 6 เล่ม หมายถึง หลัก 6 ประการ ที่เป็นนโยบายในการปกครองประเทศ เป็นไงหล่ะน่าตื่นตาตื่นใจ
นอกจากนี้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังเป็นสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองหลายเหตุการณ์เลยนะ เช่น 14 ตุลาไง หลังจากที่เราเดินเลยจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เราก็เจอ ลายพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่งแต่เดิมตรงนี้เป็นที่ตั้งของโรงหนังเฉลิมไทยมาก่อน ซึ่งโรงหนังนี้ จอมพลป. พิบูลย์สงคราม สร้าเพื่อให้ประเทศเรามีโรงหนังที่ทันสมัยและยิ่งใหญ และสถานที่แห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยเพราะเป็นที่ที่มีคนมาตะโกนบอกว่า "ปรีดีฆ่าในหลวง" (ให้ร้ายกันชัดๆ) จากอนุสาวรีย์ร.3 เราจะเห็นภูเขาทองด้วยนะ แต่ไม่ได้แวะไป เพราะเลยนอกเส้นทางไปมาก555 แต่อยากให้ความรู้ภูเขาทองด้วยว่า ยอดภูเขาทองใช้เป็นระวางในการทำโฉนดในกรุงเทพนะคร้าบบบ555ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นโฉนดแผนที่นะ(เอาความรู้อสังหามาช่วย) โชว์อีกรูป รูปนี้ชอบมากๆเลยนะคร้าบบบ^^ หลังจากเดินมานาน แม่นางของข้าพเจ้าก็เป็นแบบถ่ายคู่กับโลหะปราสาท ซึ่งเป็นโลหะปราสาทที่หลงเหลือสมบูรณ์เพียงที่เดียวในโลก ต่อมาเราก็เดินผ่านป้อมมหากาฬ(ไม่ได้เดินผ่านหรอกมันอยู่แถวนั้นเลยแหละ) ซึ่งป้อมนี้เป็นป้อมที่ยังเหลืออยู่1 ใน 2 ป้อมนะคร้าบบบ ที่จริงอยากถ่ายตอนนถนนโล่งๆ แต่รถมันเยอะมากเลยอ่ะ สถานที่ที่เราแวะต่อมาคือสะพานผ่านฟ้าลีลาศเป็นสะพานที่สร้างข้ามคลองบางลำพู เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในสมัน ร.5 เลยนะ สะพานแห่งนี้มีความสำคัญมาเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับราชดำเนินนอก ราชดำเนินนอกนี่เป็นแหล่งที่ตั้งของพวกองค์กรต่างๆอ่ะ ดังนั้นเวลาที่มีการเดินขบวนนะ หน่วยราชการเลยมักจะมาสกัดตรงจุดนี้แหละ จากจุดนี้เราเห็นภูเขาทองด้วยนะ ความจริงเห็นทุกที่แหละ เพราะว่ามันสูง เมื่อเราเดินผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศมา เราก็จะเจอสถาบันพระปกเกล้า...อยากเข้าไปจัง แต่เวลามีไม่พอ ไว้โอกาสหน้านะแม่นาง แล้วเราก็ตัดสินใจไปที่วัดปรินายกกันเพราะเป็นวัดที่เจ้าพระยาบดินทรสร้าง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาอ่ะ เพราะว่าไม่รู้จะถ่ายอะไรดี(ฮา) ไม่หรอกเพราะว่าวัดปิดคร้าบบบ แล้วคนเยอะ เลยเขิน หลังจากออกมาถนนราชดำเนินนอกแล้วเราก็เริ่มเดินชิวกัน ชิวจริงๆนะเพราะว่า บรรยากาศดีมาก มาตอนฝนตกก็ดีอย่างนี้แหละ อากาศดี ดูดิขนาดหมายังชิวอ่ะ555 เราเดินผ่านหลายที่เลยนะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะว่ามันเป็นที่ทำการของทหาร ไม่ก็ทหารเดินยั๊วะ เยี๊ยะ เลยไม่กล้าคะ กลัวถูกจับข้อหากบฏ 555 เม่นางเลยบอกว่าถ้าทหารมาคุยกับเราเราจะแกล้งเป็นเด็กญี่ปุ่นกันนะหยก ไหนลองซ้อมซิ(ฮาค่ะ) เราผ่านเวทีมวยราชดำเนินด้วยนะ แต่วันนี้ไม่มีแข่ง พอเลยเวทีมวยซักหน่อยก็เจอลิขิตไก่ย่างที่เราแพลนว่าจะมากินกัน แต่อิ่มเหลือเกินเลยไม่ได้กิน แต่มีเรื่องฮาๆ แม่นาง: หยก ลิขิตไก่ย่างนี่ขายไก่ย่างหรือขายหวยอ่ะ หยก: ไหนๆ แม่นาง: ก็นี่ไงลิขิตไก่ยาง รับซื้อหวยบนดิน 2-3ตัว (ฮาอีกแล้วครับท่าน) แล้วเราก็เดินผ่านกระทรวงต่างๆเช่นคมนาคม เกษตรและสหกรณ์ โรงเรียนกรมแผนที่ทหาร อาคารกองบัญชาการกองทัพบก จนมาถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานนี้เป็นสพานที่สร้างข้ามคลองผดุงกรุงเกษมนะคร้าบแปลว่าการเนรมิตขึ้นขององค์อินทร์ เนื่องจากสร้างขึ้นในสมัย ร.5 เลยต้องตั้งชื่อให้สอดคล้องกับพระราชวังที่สร้างขึ้นในเวลานั้นด้วย และที่นี่ก็เป็นที่ๆเราหยุดพักกันซะหน่อย หลังจากพักไปได้ซักพักเราก็ออกเดินทางกันต่อ เพื่อไปยังจุดหมายของเราคือ พระที่นั่งอนันตสามคม(กรี๊ดกร๊าด) และพระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสามคมตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่5 โดยเอาชื่อพระที่นั่งองค์เก่าสมัย ร.4 มาตั้งไว้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลี่ยนเรเนสซอง และ นีโอคลาสสิก สถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวเนื่องทางการเมืองเพราะเป็นสถานที่บัญชาการตอนแรกของคณะราษฎร และจุดหมายสุท้ายที่เราเดินมาถึงนี่คือ หมุดเริ่มต้นประชาธิปไตย เห็นหมุดแค่นี้กว่าจะถ่ายได้นี่ยากนะคะ เพราะนี่คือวันธรรมดา รถแล่นผ่านคะ ฉะนั้นเราต้องใช้ความรวดเร็วถ่ายซะ กว่าจะถ่ายได้นี่ต้องเดินข้ามถนน2รอบนะคะ เกือบถูกรถชนตาย555 และ ยังโดนทหารมองว่าคนบ้าหรือเปล่าด้วย ตอนนี้แม่นางกะข้าพเจ้าเลยไม่คุยภาษาไทยนะคะ ต่างด้าวเข้าไว้ทำไรไม่ผิด555 และเราก็ได้รูปนี้มา เย่ๆๆๆๆๆ หลังจากเราเดินทางมาสุดทางเราก็นั่งพักเล็กน้อย ดูสารรูปของแม่นางข้าพเจ้าที่เดินมาจนสุดทางนะคะ ก็คงพอจะบรรยายได้ มีน้ำโดมมาโฆษณาด้วย555 แล้วเราก็นั่งรถเมล์กลับ ขอเหอะไม่เดินแล้วนะคะ เอาหล่ะเป็นอันจบทริปนี้ ขอชักภาพเป็นที่ระลึกหน่อยนะคร้าบ เฮ้อเหนื่อย ทริปหน้าผู้ใดสนใจติดต่อได้นะคะ ที่จริงทริปนี้อยากถ่ายขาวดำมาก แต่ว่าบางรูปถ่ายสีแล้วมันสวยกว่าอ่ะT^T อัพช้าเนอะ เพราะว่าเพิ่งสอบเสร็จค่ะ happy Birthday นะคะ คุนกิต โทษทีนะ มาติดเอาตอนสอบเสียได้555 ปิดเทอมนี้ช่างยาวนานนนนน
10月6日 การเดินทางของความเบื่อตอนนี้หลายๆมหาลัย และ โรงเรียนทั้งหลายก็คงจะปิดเทอมกันแล้ว
เหลือแต่ตัวเราที่ยังต้องอ่านหนังสือ
(บ่นไม่ได้เนอะ เพราะเดือสิงหาคมก็หยุดไปแล้วนี่นา)
แต่บางทีก็แอบเศร้านิดนึง...ก็อยากเหมือนชาวบ้านบ้างนะ(เรื่องที่มันเป็นเรื่องดี)
หลังจากต้องอ่านหนังสือสอบมาได้นิดนึง...ก็ต้องพักบ้างหล่ะ
เหลือบมองมาหาคอมพิวเตอร์...เล่นเกมส์สักพักเพื่อผ่อนคลายดีกว่า
(ความจริงแล้วเล่นตลอดเวลาจนเรียกได้ว่าการอ่านหนังสือคืองานอดิเรกดีกว่า555)
และแล้วก็ได้สังเกตว่าเสปซไม่ได้อัพมาเสียนาน...เลยอัพซะหน่อยดีกว่า
สาเหตุหนึ่งที่ไม่ได้อัพเสปซก็เพราะความเบื่อนี่แหละ
วันๆนึงเรียน9โมงครึ่ง เลิก 6 โมงเย็น
ไม่รู้ว่าจะได้ทำอะไรอีกเนี่ย
เพราะแค่อย่างเดียวก็จะแย่แล้วTT
พักนี้บ่นเยอะเนอะ555เริ่มเป็นตาแก่ก็เงี๊ยะแหละ
วันก่อนนู๊นไปอ่านเสปซของหมูหวานมา
หมูหวานก็บ่นว่าเรียนหนัก...ต้องอ่านหนังสือเยอะ
เออวะ...มีลูกอย่าให้เรียนหมอ กะ นิติ นะคะ ด้วยความปรารถนาดี
แต่นะ...มันเป็นทางที่เราเลือกแล้วนี่นา...ให้ทำไงได้หละ
นอกจากเชิดหน้าแล้วเดินต่อไป
แม้ว่ามันจะเชิดไม่ค่อยไหวก็ตาม555
พิมพ์มาถึงตรงนี้เริ่มงง...มันเกี่ยวอะไรกับความเบื่อน้า
งง เหมือนกัน แต่คงเพราะว่าเบื่อมั๊ง เลยมาระบาย
เบื่อ...ที่ต้องอ่านหนังสือ555(มุ่งเป้าไปเลย)
นึงมาถึงตรงนี้ก็คิดได้ว่าเราเริ่มเบื่อเป็นตอนไหนนะ
สำหรับหยกแล้ว...หยกไม่ค่อยรู้สึกเบื่อง่ายเท่าไหร่
เกมส์ที่ใครๆเล่นแล้วเบื่อไป 10 ปี แล้วหยกก็ยังไม่เบื่อเลย555
หนังสือที่ใครอ่านจนเบื่อแล้ว...แต่ถ้าหยกชอบ อ่าน 100 รอบก็ไม่เบื่อ
(ยกเว้นหนังสือเรียนที่ไม่เคยคิดจะแตะเลย555)
เพลง ก็เหมือนกัน เปิดซ้ำจนโดนเพื่อนด่า
เออเนอะจะว่าไปเราก็ไม่เป็นคนขี้เบื่อนี่นา555
อืมมม...ไม่รู้จะพิมพ์ไรต่อแล้วอ่ะ
ไปอ่านหนังสือต่อดีก่า
นู๋หยกสู้ๆ>0<
ขอให้เพื่อนๆที่ปิดเทอมมีความสุขมากๆนะ
ส่อนเด็กธรรมศาสตร์ทั้งหลาย
จงสู้ต่อไป 9月14日 เทเลแบงค์มีคนเคยถามว่าทำไมอยากเรียนธรรมศาสตร์
ตอบไม่ได้อ่ะ...
แต่นิติ มันก็ต้องที่ธรรมศาสตร์สิเนอะ
ในสายตาหยก
หยกว่าหยกก็เลือกไม่ผิดนะที่เรียนที่นี่
ชอบแทบทุกอย่างที่อยู่ที่นี่
จนกระทั่งวันนี้
ทุกเทอมเราจะมีการลงทะเบียนเรียน
โดยจะลงทางโทรศัพท์ กด1551 หรือ ทางอินเตอร์เน็ตก็ได้
แล้วแต่เวรกรรม ว่าอินเตอร์เน็ตจะใช้ได้หรือไม่
แล้วงวดนี้เจอกดตอนวันศุกร์ เครียดเลย
โทรศัพท์หอใช้ไม่ได้ ไม่มีเน็ต...จะกลับบ้านดีมั๊ยเนี่ยเรา
สุดท้าย ไม่กลับดีกว่า อยู่เป็นเพื่อนหวาน555
กะจะไม่เลี้ยงสาย เพราะกลัวหลุด
ตื่นตอน6โมงครึ่ง สายไม่ว่างแล้ว
โทรไปเรื่อยๆ.....อย่างรอความหวังว่าสาย(กู)จะติดเสียที
จนถึง7โมงครึ่ง โอ๊ยปวดหัวเฟ้ยยย เมื่อไหร่จะติดฟร่ะ
วิวโทรมาช่วยกดอีกแรงแล้ว
แต่ก็ยังไม่มีข่าวดี
แต่ก็ยังดี เพื่อนที่ใช้เน็ตลงให้ได้เลยพอโล่งอก
ลงอังกฤษไม่ทัน ต้องไปเรียนอนันต์กะจิ๊บ
แต่โชคดีมาก ที่ทันอาจารย์จำปี ถ้าหลังจากนั้นอีก2 นาที เราคงไม่ได้แล้ว
เศร้าตายเลย
เพราะไม่งั้นไม่น่าตื่นขึ้นมากดเลยอ้า
ถือว่าฟ้ายังเมตตาละกัน
เลยเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ไม่ชอบที่ธรรมศาสตร์มากที่สุดคือ เทเลแบงค์นั่นเอง
ถ้าต้องกดต่อไป เป็นโรคประสาทแน่ๆเลย
แปลกนะ คณะอื่นเค้าก็ไม่ต้องแย่งเหมือนคณะเราขนาดนี้
ทั้งๆที่ได้ยินคำพูดวิวว่า ถ้าเราได้อาจารย์ดี แต่เราไม่ขยัน ก็ตกได้นะ อย่าเครียดไปเลยหยก
ฟังแล้วดีขึ้นนะ แต่ก็เครียดอยู่ดีอ่ะ
เพราะอย่างน้อย เราก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา
ฟังแล้วอาจเหมือนเห็นแก่ตัวเนอะ
แต่ทำไงได้ นี่คือโลกมนุษย์นี่นา ไม่ใช่โลกแห่งความฝัน
9月8日 การเดินทางของเดะน้อยเนื่องจากมี request มาว่า ทะมายหยกถึงนานๆเขียนที ให้เขียนเรื่องในชีวิตประจำวันหน่อย
จะได้ไม่ยาว...ก็นะ สนองความต้องการของเพื่อนๆ
แต่หยกวันๆไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยอ่ะ เลยไม่รู้จะเขียนไรดี
เมื่อวันพฤหัส ก็ไปรับปริญญามา เลยเอามาเขียนดีกว่า
ชีวิตคนเรา อายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี
เรียนก็ปาเข้าไป 22 ปีแระ เกือบ 1 ใน 3 ของชีวิตแหนะ
แล้วมันเกี่ยวไรกะไปงานรับปริญญาฟร่ะ555
วันพฤหัสที่ผ่านมานู๋ก็ไปงานรับปริญญาพี่ๆกัน
จากที่ตอนแระจะไปกันเยอะๆ เราก็ดี๊ด๊าว่าจะไปถ่ายรูปเพื่อนๆกัน ฝึกเข้าไว้วันหลังจะได้รับจ๊อบได้
ตอนหลังเริ่มหายไป เริ่มจากชิด หนิง แล้วก็มาจ๋า
หยกก็เลยเริ่ม เอิ่มมมจะไปดีป่ะเนี่ย
แต่สุดท้ายก็เอาเหอะ อยากไป (ด้วยเหตุหลายปัจจัย555)
ตอนคืนวันพุธกะจะนอนเร็วๆ ก็ดันนอนซะเกือบเที่ยงคืน เนื่องจากไม่รู้จะไปยังไงดี
ตอนแรกจะไปรถตู้ท่าพระจันทร์ ตอน7โมง ตูไป7โมงจะถึงกี่โมงวะ
เลยจะไปกะน้อง น้องก็บอกรถน้องเต็มแล้ว(อ้าว)
เลยไปกะน้องไมค์แทน
แต่งานรับปริญญาอ่ะนะ คนเยอะ รถเยอะ เลยเสียวอีกว่า จะมีที่จอดมั๊ย
ระหว่างทางไปก็ปล่อยมุขรั่วๆกันไป555 นอกจากหยก ไมค์ ก็มี หยิงจิ๊บ ปูไปรยา ตั้ม แล้วก็นิว
เข้าใจอะนะที่รั่วๆกันเพราะตื่นเช้าเกินไป555
พอไปถึง เราก็ต้องรีบไปทำป้าย สีตราม้านี่ห่วยนะก๊ะ ระบายทีกล้ามขึ้นไม่ขอแนะนำให้ใช้
ถ้าไม่เห็นแก่คนที่ไปขอให้เอามาให้นี่...(ไม่ขอพูด555)
พอทำป้ายเสร็จเราก็ไปกินข้าวกัน
แอบดีใจนะเยซุ้มเรามีคนมาถ่ายรูปเยอะแยะเลย
ระหว่างทางไปเราก็คุยกันถึงเรื่องรับปริญญา
ตอนจบหยกไม่ขอดอกไม้นะคะ ขอตุ๊กตาความ ย้ำ ตุ๊กตาควายเท่านั้น
ไม่เอาแบบติดก้านด้วย เอาเป็นตัวๆ ตัวเล็กตัวใหญได้หมดตามแต่ศรัทธา555
หลังจากกินข้าวแล้วพี่ๆก็เข้าไปรับปริญญา เราก็เลยต้องรอ
ระหว่ารอ หยกก็เลยไปเซ็น ปิ่นกะกิต และพ่อของกิต เพื่อไปต่อพาสสปอร์ต
ตอนแรกนึกว่าสำนักงานมันอยู่เซ็นปิ่น เราก็ไปรอจนห้างเปิด
ปรากฏว่ามันย้ายแล้วค่ะ
เดินไปอีก 2 ป้ายรถเมล์ เหนื่อยแฮก
แต่หยกไม่เหนื่อยนะ เดินได้อีกเยอะ พลังงานเหลือเฟือ
พอทำเสร็จก็หาไรกิน แล้วก็กลับมหาลัย
หยกก็ไปหาพี่ๆที่ออกมากัน
ตอนแรกหวั่นๆว่าสายหยก พี่ไหมแพรจะมาที่ซุ้มป่าว
สุดท้ายก็มา ดีใจๆๆๆ
วันนี้พี่ไหมแพรสวย สมกับสายนี้หน้าตาดีมักๆ555
หยกเอารูกที่มีพี่ไอซ์ พี่ไผ่ หยก น้องเบิร์ดให้ไป แล้วข้างหลังก็เขียนข้อความให้พี่ไหมแพรไป
ดูเล็กน้อย แต่หยกว่ามันก็เป็นของขวัญที่ดีนะ เพราะพี่ไหมแพรจะได้จำหยกกะน้องได้
พออ้อยอิ่งได้ซักพัก ก็เลยกลับบ้าน
กลัวคนเยอะเลยรีบกลับ
แต่มันก็คนไม่เยอะอย่างที่คิดนะเลยกลับถึงบ้านเร็ว
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เลยแอบคิดนิดนึง ชีวิตคนเรานี่ เรียนมาซะเยอะแยะ เลยเนอะ
จบไปจะหางานทำได้ป่าวนี่
ยิดีกะพี่นายสำหรับเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองนะคะ ภูมิใจพี่โต๊ะเก่งคะ
เอามาบอกแม่ แม่บอกว่ารอหยกได้อยู่ด้วย เหอเหอ รอคนอื่นดีกว่านะ
ขอบคุนกิตที่แบกกระเป๋าให้ทั้งวันเลย ไหล่ชาเลยอ่ะดิ
อย่าลืมนะ
หยกรับปริญญา ไม่ต้องเอาดอกไม้
รับแต่เงินกะตุ๊กตาควายเท่านั้น
555
ขอให้หนูจบพร้อมเพื่อนๆ...สาธุ555 |
|
|||
|
|