midonari 的个人资料MidOnarI Yoki--t-->照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
1月20日 เว้นว่างหลังจากเว้นว่างไปเสียนาน...ในที่สุดก็รู้สึกมีอารมณ์อยากเขียนขึ้นมา
ณ เวลาตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากมาย
รู้สึกว่าจิตใจไม่ปกติเอาเสียเลย
จะทำอะไรก็เบื่อไปหมด
อยากจะเขียนอะไรหลายๆอย่าง...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มเขียนยังไงดี
เอาเรื่องนี้ดีกว่า...
วันก่อนนั้นยืมหนังสือของหนอยแน่มาเรื่องหนึ่ง
มันชื่อว่า "ณ"
เป็นชื่อสั้นๆนะ แต่รู้สึกว่าคนเขียนเขียนได้ดีทีเดียว
อ่านแล้วรู้สึกว่านักเขียนคนนี้เป็นคนที่สามารถเอาเรื่องรอบตัวมาเขียนเพื่อให้คนคิดได้
เอาเรื่องที่เราคิดว่าเศร้าหรือไม่มีความสุขมาปรับเปลี่ยนให้เรามีทัศนคติที่ดีได้
เรื่องที่หยกชอบก็มีหลายเรื่องนะ
เช่นเรื่อ "ณ สนามฟุตบอล"ที่เป็นการสอนให้รู้จักการทำความดีโดยที่ไม่ต้องออกหน้า(หยกได้ข้อคิดอย่างนี้นะ)
หยกว่ามันเป็นเรื่องยากอย่างมนุษย์เรานะที่จะทำความดีโดยที่ไม่ต้องป่าวประกาศให้โลกรู้
เพราะใครๆก็อยากทำอะไรแล้วมีคนชมเช่นกัน
รวมทั้งตัวหยกเองด้วย
เพราะถ้าเราทำอะไรไปแล้วเขาไม่เห็นค่า
บางทีเราก็คงไม่อยากจะทำ
ตอนนี้พยายามเป็นคนไม่คิดมากเรื่องนี้อยู่...ว่าใครจะเห็นหรือไม่ก็ช่าง
ขอให้เราได้ทำอะไรดีๆ...แต่รู้สึกนะ...ว่ามันยากวะ
มีอีกเรื่องหนึ่ง "ณ สี่แยกไฟแดง" มันเป็นการสอนให้คนรู้จักให้(หยกได้ข้อคิดอย่างนี้นะ)
เมื่อก่อนนี้หยกรู้สึกว่าตัวเองใจบุญมากเลยอ่ะ
คนแก่ขึ้นรถเมล์ก็ลุกให้นั่ง
เจอขอทานก็ให้เงิน
ไม่รู้ว่ายิ่งโตก็ยิ่งเห็นแก่ตัวหรือเปล่า555
เลยไม่ค่อยให้
ส่วนหนึ่งคงเพราะว่ารู้ว่าคนพวกนี้เหมือนคนที่หลอกลวงเรา
ได้เงินแล้วก็ไม่เอาไปเลี้ยงชีพตน...แต่กลับเอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด
แต่บางทีมันก็เหมือนข้ออ้างนะ
เพราะการที่เราจะทำอะรให้ใครสักคน...มันคงไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้าง
จะให้ก็ให้ไปเลย ไม่ต้องมานั่งคิดโน่นคิดนี่อีก
อ่านแล้วโดน...
ยังมีเรือ่งอื่นอีกมากมายเลยที่ชอบ แต่ที่ชอบมากๆคงเป็น 2 เรื่องนี้
ใครที่รู้จักและก็ได้อ่าน...ไม่รู้เหมือนกันนะว่าคุณคิดยังไงกันบ้าง
แต่หวังว่าคุณคงได้รับความรู้สึกดีๆที่หนังสือเล่มนี้พยามยามถ่ายทอดให้
ส่วนใครที่ยังไม่ได้อ่าน...ขอรับประกันว่า..ลองอ่านดู แล้วคุณจะรู้
ต่อไปหนูจะไม่ขี้อิจฉาค่ะ...แต่ว่ามันคงยากนะเนี่ยเรา
ต่อไปจะพยามยามเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว
อยากทำอะไรเพื่อคนอื่นนะ แต่พอไม่มีใครเห็นแล้วมันท้อแท้วะ
อยากเปลี่ยนตัวเองใหม่.....เมื่อไหร่จะทำได้ซักที.... 11月9日 การเดินทางของ...เด็กนอก(เมือง)วันนี้หนูจะพาไปเดินทางที่เด็กนอกเมืองทั้งหลายไม่ค่อยมีโอกาสได้ไป...นั่นคือในเมืองนั่นเอง สืบเนื่องจากชวนชาวบ้านหลายคนมากว่า"ไปเดินเที่ยวราชดำเนินกะหนูหน่อยนะ" แต่ทุกคนจะต้องถามกลับมาว่า"ราชดำเนินมีไรให้เที่ยวหรอ แต่แล้วก็มีแม่นางหนึ่งเขียนลงบอร์ดว่าอยากไป และข้าพเจ้าก็ได้บอกให้เธอชวนหน่อยเพราะอยากไป แล้วเธอก็ชวนข้าพเจ้าไปทันที ว้าววววฦนเป็นจริง แต่เมื่อบอกคนว่าจะไปเที่ยวราชดำเนินเอาไรป่าว ทุกคนจะถามกลับมาอีกว่า"ไปทำไรที่ราชดำเนิน มันมีไรบ้างหรอ" แป่ววว แม่นางของข้าพเจ้าบอกข้าพเจ้าว่า"มันต้องมีอะไรซี่" ใช่ๆ ในสิ่งที่ทุกคนมองไม่เห็นนี่แหละว่าไม่อะไร เราจะแสดงให้เห็นเองว่ามันมี555 เราเริ่มต้นกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ แล้วเดินอ้อมสนามหลวงไปเจอหัวช้าง...ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรดีอ่ะ555 ใครรู้ก็บอกหน่อยแล้วกันนะ...เพราะก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันสร้างมาได้ยังไง ระหว่างทางที่เรากำลังจะเดินไปเพื่อหาจุดหมายปลายทางแรกของเรา ฝนก็เริ่มตกหนัก...จนถึงหนักมาก ในที่สุดเราก็เลยต้องลี้ภัยไปที่เซเว่น..แ แน่นอนก็ต้องหาของกินด้วย555 หลังจากที่เราดองอยู่ในเซเว่นมาประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็เริ่มออกผจญภัยอีกครั้ง สถานที่ที่เราไปเยือนที่แรกคือ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม ที่หลายๆคนคงจะรู้จักดี อนุสรณ์สถานนี้ได้ริเริ่มสร้างในสมัย นายก สัญญา ธรรมศักดิ์ แต่ต่อมาถูกนายกธานินทร์ ไกรวิเชียรยกเลิกเนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมือง เมื่อวันที่6 ตุลาคม 2519 แล้วมาเริ่มสร้างใหม่สมัย นายก ชาติชาย ชุณหวัน และ เปิดใช้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2544 ความหมายของอนุสรณ์สถาน นี้คือ การเคารพความจริงของประวัติศาสตร์ และ จูงใจให้คนไทยรู้จักให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาและต่อสู้เพื่อความดีงามของสังคมไทย เมื่อเราเดินมาได้ซักพักอี ฝนก็เริ่มตกหนักอีกครั้ง เราจึงเริ่มหาที่พักพิงใหม่ เม่นางของข้าพเจ้า เห็นร้านหนังสือแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(ขอโทษนะจำชื่อร้านไม่ได้)ก็เลยเกิดดีอกดีใจ ข้าพเจ้าเลยเดินตามเข้าไปด้วย..ดีจังมีที่หลบฝน ระหว่าที่แม่นางของข้าพเจ้าเดินหาหนังสือไปข้าพเจ้าก็เลยขอเสนอบรรยากาศภายในร้านด้วยรูปแม่นางของข้าพเจ้า ว่างๆแวะไปดูนะ บรรยากาศดี และ บรรยากาศของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตอนที่ฝนตกหนักๆ ดูแล้วสวยดีนะชอบๆ เมื่อพูดถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหลายคนคงรู้จักดีว่าเป็นอนุสรณ์ในเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตย แต่คุณทราบหรือไม่ว่าความหมาบของอนุสาวรีย์นี้คืออะไร อนุสาวรีย์นี้ อ.ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบขึ้นมา โดยแฝงความหมายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเอาไว้ ปีกทั้ง 4 ด้านมีส่วนสูงและรัศมีของพื้รฐานยาว 24 เมตร(คงไม่ต้องบอกนะว่าหมายความว่าไง) พานรัฐธรมนูญสูง 3 เมตร คือ เดือน 3 มุถุนายน(นับเมษาเดือนแรก) ปืนใหญ่ 75 กระบอก หมายถึง ปี 2475 พระขรรภ์ 6 เล่ม หมายถึง หลัก 6 ประการ ที่เป็นนโยบายในการปกครองประเทศ เป็นไงหล่ะน่าตื่นตาตื่นใจ
นอกจากนี้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยยังเป็นสถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองหลายเหตุการณ์เลยนะ เช่น 14 ตุลาไง หลังจากที่เราเดินเลยจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เราก็เจอ ลายพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ซึ่งแต่เดิมตรงนี้เป็นที่ตั้งของโรงหนังเฉลิมไทยมาก่อน ซึ่งโรงหนังนี้ จอมพลป. พิบูลย์สงคราม สร้าเพื่อให้ประเทศเรามีโรงหนังที่ทันสมัยและยิ่งใหญ และสถานที่แห่งนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยเพราะเป็นที่ที่มีคนมาตะโกนบอกว่า "ปรีดีฆ่าในหลวง" (ให้ร้ายกันชัดๆ) จากอนุสาวรีย์ร.3 เราจะเห็นภูเขาทองด้วยนะ แต่ไม่ได้แวะไป เพราะเลยนอกเส้นทางไปมาก555 แต่อยากให้ความรู้ภูเขาทองด้วยว่า ยอดภูเขาทองใช้เป็นระวางในการทำโฉนดในกรุงเทพนะคร้าบบบ555ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นโฉนดแผนที่นะ(เอาความรู้อสังหามาช่วย) โชว์อีกรูป รูปนี้ชอบมากๆเลยนะคร้าบบบ^^ หลังจากเดินมานาน แม่นางของข้าพเจ้าก็เป็นแบบถ่ายคู่กับโลหะปราสาท ซึ่งเป็นโลหะปราสาทที่หลงเหลือสมบูรณ์เพียงที่เดียวในโลก ต่อมาเราก็เดินผ่านป้อมมหากาฬ(ไม่ได้เดินผ่านหรอกมันอยู่แถวนั้นเลยแหละ) ซึ่งป้อมนี้เป็นป้อมที่ยังเหลืออยู่1 ใน 2 ป้อมนะคร้าบบบ ที่จริงอยากถ่ายตอนนถนนโล่งๆ แต่รถมันเยอะมากเลยอ่ะ สถานที่ที่เราแวะต่อมาคือสะพานผ่านฟ้าลีลาศเป็นสะพานที่สร้างข้ามคลองบางลำพู เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในสมัน ร.5 เลยนะ สะพานแห่งนี้มีความสำคัญมาเพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับราชดำเนินนอก ราชดำเนินนอกนี่เป็นแหล่งที่ตั้งของพวกองค์กรต่างๆอ่ะ ดังนั้นเวลาที่มีการเดินขบวนนะ หน่วยราชการเลยมักจะมาสกัดตรงจุดนี้แหละ จากจุดนี้เราเห็นภูเขาทองด้วยนะ ความจริงเห็นทุกที่แหละ เพราะว่ามันสูง เมื่อเราเดินผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศมา เราก็จะเจอสถาบันพระปกเกล้า...อยากเข้าไปจัง แต่เวลามีไม่พอ ไว้โอกาสหน้านะแม่นาง แล้วเราก็ตัดสินใจไปที่วัดปรินายกกันเพราะเป็นวัดที่เจ้าพระยาบดินทรสร้าง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาอ่ะ เพราะว่าไม่รู้จะถ่ายอะไรดี(ฮา) ไม่หรอกเพราะว่าวัดปิดคร้าบบบ แล้วคนเยอะ เลยเขิน หลังจากออกมาถนนราชดำเนินนอกแล้วเราก็เริ่มเดินชิวกัน ชิวจริงๆนะเพราะว่า บรรยากาศดีมาก มาตอนฝนตกก็ดีอย่างนี้แหละ อากาศดี ดูดิขนาดหมายังชิวอ่ะ555 เราเดินผ่านหลายที่เลยนะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะว่ามันเป็นที่ทำการของทหาร ไม่ก็ทหารเดินยั๊วะ เยี๊ยะ เลยไม่กล้าคะ กลัวถูกจับข้อหากบฏ 555 เม่นางเลยบอกว่าถ้าทหารมาคุยกับเราเราจะแกล้งเป็นเด็กญี่ปุ่นกันนะหยก ไหนลองซ้อมซิ(ฮาค่ะ) เราผ่านเวทีมวยราชดำเนินด้วยนะ แต่วันนี้ไม่มีแข่ง พอเลยเวทีมวยซักหน่อยก็เจอลิขิตไก่ย่างที่เราแพลนว่าจะมากินกัน แต่อิ่มเหลือเกินเลยไม่ได้กิน แต่มีเรื่องฮาๆ แม่นาง: หยก ลิขิตไก่ย่างนี่ขายไก่ย่างหรือขายหวยอ่ะ หยก: ไหนๆ แม่นาง: ก็นี่ไงลิขิตไก่ยาง รับซื้อหวยบนดิน 2-3ตัว (ฮาอีกแล้วครับท่าน) แล้วเราก็เดินผ่านกระทรวงต่างๆเช่นคมนาคม เกษตรและสหกรณ์ โรงเรียนกรมแผนที่ทหาร อาคารกองบัญชาการกองทัพบก จนมาถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานนี้เป็นสพานที่สร้างข้ามคลองผดุงกรุงเกษมนะคร้าบแปลว่าการเนรมิตขึ้นขององค์อินทร์ เนื่องจากสร้างขึ้นในสมัย ร.5 เลยต้องตั้งชื่อให้สอดคล้องกับพระราชวังที่สร้างขึ้นในเวลานั้นด้วย และที่นี่ก็เป็นที่ๆเราหยุดพักกันซะหน่อย หลังจากพักไปได้ซักพักเราก็ออกเดินทางกันต่อ เพื่อไปยังจุดหมายของเราคือ พระที่นั่งอนันตสามคม(กรี๊ดกร๊าด) และพระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสามคมตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่5 โดยเอาชื่อพระที่นั่งองค์เก่าสมัย ร.4 มาตั้งไว้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลี่ยนเรเนสซอง และ นีโอคลาสสิก สถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวเนื่องทางการเมืองเพราะเป็นสถานที่บัญชาการตอนแรกของคณะราษฎร และจุดหมายสุท้ายที่เราเดินมาถึงนี่คือ หมุดเริ่มต้นประชาธิปไตย เห็นหมุดแค่นี้กว่าจะถ่ายได้นี่ยากนะคะ เพราะนี่คือวันธรรมดา รถแล่นผ่านคะ ฉะนั้นเราต้องใช้ความรวดเร็วถ่ายซะ กว่าจะถ่ายได้นี่ต้องเดินข้ามถนน2รอบนะคะ เกือบถูกรถชนตาย555 และ ยังโดนทหารมองว่าคนบ้าหรือเปล่าด้วย ตอนนี้แม่นางกะข้าพเจ้าเลยไม่คุยภาษาไทยนะคะ ต่างด้าวเข้าไว้ทำไรไม่ผิด555 และเราก็ได้รูปนี้มา เย่ๆๆๆๆๆ หลังจากเราเดินทางมาสุดทางเราก็นั่งพักเล็กน้อย ดูสารรูปของแม่นางข้าพเจ้าที่เดินมาจนสุดทางนะคะ ก็คงพอจะบรรยายได้ มีน้ำโดมมาโฆษณาด้วย555 แล้วเราก็นั่งรถเมล์กลับ ขอเหอะไม่เดินแล้วนะคะ เอาหล่ะเป็นอันจบทริปนี้ ขอชักภาพเป็นที่ระลึกหน่อยนะคร้าบ เฮ้อเหนื่อย ทริปหน้าผู้ใดสนใจติดต่อได้นะคะ ที่จริงทริปนี้อยากถ่ายขาวดำมาก แต่ว่าบางรูปถ่ายสีแล้วมันสวยกว่าอ่ะT^T อัพช้าเนอะ เพราะว่าเพิ่งสอบเสร็จค่ะ happy Birthday นะคะ คุนกิต โทษทีนะ มาติดเอาตอนสอบเสียได้555 ปิดเทอมนี้ช่างยาวนานนนนน
10月6日 การเดินทางของความเบื่อตอนนี้หลายๆมหาลัย และ โรงเรียนทั้งหลายก็คงจะปิดเทอมกันแล้ว
เหลือแต่ตัวเราที่ยังต้องอ่านหนังสือ
(บ่นไม่ได้เนอะ เพราะเดือสิงหาคมก็หยุดไปแล้วนี่นา)
แต่บางทีก็แอบเศร้านิดนึง...ก็อยากเหมือนชาวบ้านบ้างนะ(เรื่องที่มันเป็นเรื่องดี)
หลังจากต้องอ่านหนังสือสอบมาได้นิดนึง...ก็ต้องพักบ้างหล่ะ
เหลือบมองมาหาคอมพิวเตอร์...เล่นเกมส์สักพักเพื่อผ่อนคลายดีกว่า
(ความจริงแล้วเล่นตลอดเวลาจนเรียกได้ว่าการอ่านหนังสือคืองานอดิเรกดีกว่า555)
และแล้วก็ได้สังเกตว่าเสปซไม่ได้อัพมาเสียนาน...เลยอัพซะหน่อยดีกว่า
สาเหตุหนึ่งที่ไม่ได้อัพเสปซก็เพราะความเบื่อนี่แหละ
วันๆนึงเรียน9โมงครึ่ง เลิก 6 โมงเย็น
ไม่รู้ว่าจะได้ทำอะไรอีกเนี่ย
เพราะแค่อย่างเดียวก็จะแย่แล้วTT
พักนี้บ่นเยอะเนอะ555เริ่มเป็นตาแก่ก็เงี๊ยะแหละ
วันก่อนนู๊นไปอ่านเสปซของหมูหวานมา
หมูหวานก็บ่นว่าเรียนหนัก...ต้องอ่านหนังสือเยอะ
เออวะ...มีลูกอย่าให้เรียนหมอ กะ นิติ นะคะ ด้วยความปรารถนาดี
แต่นะ...มันเป็นทางที่เราเลือกแล้วนี่นา...ให้ทำไงได้หละ
นอกจากเชิดหน้าแล้วเดินต่อไป
แม้ว่ามันจะเชิดไม่ค่อยไหวก็ตาม555
พิมพ์มาถึงตรงนี้เริ่มงง...มันเกี่ยวอะไรกับความเบื่อน้า
งง เหมือนกัน แต่คงเพราะว่าเบื่อมั๊ง เลยมาระบาย
เบื่อ...ที่ต้องอ่านหนังสือ555(มุ่งเป้าไปเลย)
นึงมาถึงตรงนี้ก็คิดได้ว่าเราเริ่มเบื่อเป็นตอนไหนนะ
สำหรับหยกแล้ว...หยกไม่ค่อยรู้สึกเบื่อง่ายเท่าไหร่
เกมส์ที่ใครๆเล่นแล้วเบื่อไป 10 ปี แล้วหยกก็ยังไม่เบื่อเลย555
หนังสือที่ใครอ่านจนเบื่อแล้ว...แต่ถ้าหยกชอบ อ่าน 100 รอบก็ไม่เบื่อ
(ยกเว้นหนังสือเรียนที่ไม่เคยคิดจะแตะเลย555)
เพลง ก็เหมือนกัน เปิดซ้ำจนโดนเพื่อนด่า
เออเนอะจะว่าไปเราก็ไม่เป็นคนขี้เบื่อนี่นา555
อืมมม...ไม่รู้จะพิมพ์ไรต่อแล้วอ่ะ
ไปอ่านหนังสือต่อดีก่า
นู๋หยกสู้ๆ>0<
ขอให้เพื่อนๆที่ปิดเทอมมีความสุขมากๆนะ
ส่อนเด็กธรรมศาสตร์ทั้งหลาย
จงสู้ต่อไป 9月14日 เทเลแบงค์มีคนเคยถามว่าทำไมอยากเรียนธรรมศาสตร์
ตอบไม่ได้อ่ะ...
แต่นิติ มันก็ต้องที่ธรรมศาสตร์สิเนอะ
ในสายตาหยก
หยกว่าหยกก็เลือกไม่ผิดนะที่เรียนที่นี่
ชอบแทบทุกอย่างที่อยู่ที่นี่
จนกระทั่งวันนี้
ทุกเทอมเราจะมีการลงทะเบียนเรียน
โดยจะลงทางโทรศัพท์ กด1551 หรือ ทางอินเตอร์เน็ตก็ได้
แล้วแต่เวรกรรม ว่าอินเตอร์เน็ตจะใช้ได้หรือไม่
แล้วงวดนี้เจอกดตอนวันศุกร์ เครียดเลย
โทรศัพท์หอใช้ไม่ได้ ไม่มีเน็ต...จะกลับบ้านดีมั๊ยเนี่ยเรา
สุดท้าย ไม่กลับดีกว่า อยู่เป็นเพื่อนหวาน555
กะจะไม่เลี้ยงสาย เพราะกลัวหลุด
ตื่นตอน6โมงครึ่ง สายไม่ว่างแล้ว
โทรไปเรื่อยๆ.....อย่างรอความหวังว่าสาย(กู)จะติดเสียที
จนถึง7โมงครึ่ง โอ๊ยปวดหัวเฟ้ยยย เมื่อไหร่จะติดฟร่ะ
วิวโทรมาช่วยกดอีกแรงแล้ว
แต่ก็ยังไม่มีข่าวดี
แต่ก็ยังดี เพื่อนที่ใช้เน็ตลงให้ได้เลยพอโล่งอก
ลงอังกฤษไม่ทัน ต้องไปเรียนอนันต์กะจิ๊บ
แต่โชคดีมาก ที่ทันอาจารย์จำปี ถ้าหลังจากนั้นอีก2 นาที เราคงไม่ได้แล้ว
เศร้าตายเลย
เพราะไม่งั้นไม่น่าตื่นขึ้นมากดเลยอ้า
ถือว่าฟ้ายังเมตตาละกัน
เลยเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ไม่ชอบที่ธรรมศาสตร์มากที่สุดคือ เทเลแบงค์นั่นเอง
ถ้าต้องกดต่อไป เป็นโรคประสาทแน่ๆเลย
แปลกนะ คณะอื่นเค้าก็ไม่ต้องแย่งเหมือนคณะเราขนาดนี้
ทั้งๆที่ได้ยินคำพูดวิวว่า ถ้าเราได้อาจารย์ดี แต่เราไม่ขยัน ก็ตกได้นะ อย่าเครียดไปเลยหยก
ฟังแล้วดีขึ้นนะ แต่ก็เครียดอยู่ดีอ่ะ
เพราะอย่างน้อย เราก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา
ฟังแล้วอาจเหมือนเห็นแก่ตัวเนอะ
แต่ทำไงได้ นี่คือโลกมนุษย์นี่นา ไม่ใช่โลกแห่งความฝัน
9月8日 การเดินทางของเดะน้อยเนื่องจากมี request มาว่า ทะมายหยกถึงนานๆเขียนที ให้เขียนเรื่องในชีวิตประจำวันหน่อย
จะได้ไม่ยาว...ก็นะ สนองความต้องการของเพื่อนๆ
แต่หยกวันๆไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยอ่ะ เลยไม่รู้จะเขียนไรดี
เมื่อวันพฤหัส ก็ไปรับปริญญามา เลยเอามาเขียนดีกว่า
ชีวิตคนเรา อายุเฉลี่ยประมาณ 60 ปี
เรียนก็ปาเข้าไป 22 ปีแระ เกือบ 1 ใน 3 ของชีวิตแหนะ
แล้วมันเกี่ยวไรกะไปงานรับปริญญาฟร่ะ555
วันพฤหัสที่ผ่านมานู๋ก็ไปงานรับปริญญาพี่ๆกัน
จากที่ตอนแระจะไปกันเยอะๆ เราก็ดี๊ด๊าว่าจะไปถ่ายรูปเพื่อนๆกัน ฝึกเข้าไว้วันหลังจะได้รับจ๊อบได้
ตอนหลังเริ่มหายไป เริ่มจากชิด หนิง แล้วก็มาจ๋า
หยกก็เลยเริ่ม เอิ่มมมจะไปดีป่ะเนี่ย
แต่สุดท้ายก็เอาเหอะ อยากไป (ด้วยเหตุหลายปัจจัย555)
ตอนคืนวันพุธกะจะนอนเร็วๆ ก็ดันนอนซะเกือบเที่ยงคืน เนื่องจากไม่รู้จะไปยังไงดี
ตอนแรกจะไปรถตู้ท่าพระจันทร์ ตอน7โมง ตูไป7โมงจะถึงกี่โมงวะ
เลยจะไปกะน้อง น้องก็บอกรถน้องเต็มแล้ว(อ้าว)
เลยไปกะน้องไมค์แทน
แต่งานรับปริญญาอ่ะนะ คนเยอะ รถเยอะ เลยเสียวอีกว่า จะมีที่จอดมั๊ย
ระหว่างทางไปก็ปล่อยมุขรั่วๆกันไป555 นอกจากหยก ไมค์ ก็มี หยิงจิ๊บ ปูไปรยา ตั้ม แล้วก็นิว
เข้าใจอะนะที่รั่วๆกันเพราะตื่นเช้าเกินไป555
พอไปถึง เราก็ต้องรีบไปทำป้าย สีตราม้านี่ห่วยนะก๊ะ ระบายทีกล้ามขึ้นไม่ขอแนะนำให้ใช้
ถ้าไม่เห็นแก่คนที่ไปขอให้เอามาให้นี่...(ไม่ขอพูด555)
พอทำป้ายเสร็จเราก็ไปกินข้าวกัน
แอบดีใจนะเยซุ้มเรามีคนมาถ่ายรูปเยอะแยะเลย
ระหว่างทางไปเราก็คุยกันถึงเรื่องรับปริญญา
ตอนจบหยกไม่ขอดอกไม้นะคะ ขอตุ๊กตาความ ย้ำ ตุ๊กตาควายเท่านั้น
ไม่เอาแบบติดก้านด้วย เอาเป็นตัวๆ ตัวเล็กตัวใหญได้หมดตามแต่ศรัทธา555
หลังจากกินข้าวแล้วพี่ๆก็เข้าไปรับปริญญา เราก็เลยต้องรอ
ระหว่ารอ หยกก็เลยไปเซ็น ปิ่นกะกิต และพ่อของกิต เพื่อไปต่อพาสสปอร์ต
ตอนแรกนึกว่าสำนักงานมันอยู่เซ็นปิ่น เราก็ไปรอจนห้างเปิด
ปรากฏว่ามันย้ายแล้วค่ะ
เดินไปอีก 2 ป้ายรถเมล์ เหนื่อยแฮก
แต่หยกไม่เหนื่อยนะ เดินได้อีกเยอะ พลังงานเหลือเฟือ
พอทำเสร็จก็หาไรกิน แล้วก็กลับมหาลัย
หยกก็ไปหาพี่ๆที่ออกมากัน
ตอนแรกหวั่นๆว่าสายหยก พี่ไหมแพรจะมาที่ซุ้มป่าว
สุดท้ายก็มา ดีใจๆๆๆ
วันนี้พี่ไหมแพรสวย สมกับสายนี้หน้าตาดีมักๆ555
หยกเอารูกที่มีพี่ไอซ์ พี่ไผ่ หยก น้องเบิร์ดให้ไป แล้วข้างหลังก็เขียนข้อความให้พี่ไหมแพรไป
ดูเล็กน้อย แต่หยกว่ามันก็เป็นของขวัญที่ดีนะ เพราะพี่ไหมแพรจะได้จำหยกกะน้องได้
พออ้อยอิ่งได้ซักพัก ก็เลยกลับบ้าน
กลัวคนเยอะเลยรีบกลับ
แต่มันก็คนไม่เยอะอย่างที่คิดนะเลยกลับถึงบ้านเร็ว
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เลยแอบคิดนิดนึง ชีวิตคนเรานี่ เรียนมาซะเยอะแยะ เลยเนอะ
จบไปจะหางานทำได้ป่าวนี่
ยิดีกะพี่นายสำหรับเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทองนะคะ ภูมิใจพี่โต๊ะเก่งคะ
เอามาบอกแม่ แม่บอกว่ารอหยกได้อยู่ด้วย เหอเหอ รอคนอื่นดีกว่านะ
ขอบคุนกิตที่แบกกระเป๋าให้ทั้งวันเลย ไหล่ชาเลยอ่ะดิ
อย่าลืมนะ
หยกรับปริญญา ไม่ต้องเอาดอกไม้
รับแต่เงินกะตุ๊กตาควายเท่านั้น
555
ขอให้หนูจบพร้อมเพื่อนๆ...สาธุ555 8月23日 การเดินทางของภาพวาด(2) 17 สิงหาคม 2550
วันนี้เราเดินทางไปน้ำหนาวกัน เลยต้องแพค+ยัดกระเป๋าใหม่ หยกกลัวทุกครั้งที่ต้องแบกกระเป๋าว่ากระเป๋ามันจะปริรึเปล่าน้า เนื่องมาจากใส่ของเยอะเกินไปนั่นเอง วันนี้ฝนตกหนักตั้งแต่เช้าเลย ดังนั้นการเดินทางของเราจึงทุลักทุเลเป็นพิเศษ กว่าจะได้กินข้าวออกเดินทางไปน้ำหนาวกันก็ราวๆ10โมงได้ ฝนยังไม่หยุดตกเลย น้องบุ๋นกะพี่ฝ้ายที่นั่งรถไปด้วยจึงชวนคนขับคุย คนขับรถบอกว่า ที่นี่ฝนตกเกือบทั้งปีเลย ทุกบ้านจึงต้องมีเครื่องอบผ้า ไม่งั้นผ้าจะไม่แห้งและขึ้นรา(มิน่าหล่ะ ผ้าเราขนาดแห้งแล้วยังชื้นได้เลย555) ลุงคนขับยังบอกอีกว่าที่นี่หนาวกว่าน้ำหนาวแน่นอน(อ้าวพี่เอิงบอกว่าน้ำหนาวหนาวกว่านี่หว่า??) พอลงจากภูหินร่องกล้า เราก็โบกมือบ๊ายบายไปยังน้ำหนาว เมื่อถึงน้ำหนาวเราก็ไปกินข้าวแล้วก็แบกของไปเก็บ(ย้ำนะรับว่าแบก) เมื่อมาถึงแล้วพี่ก็ให้เวลาเขียนสมุดกระจก แล้วเราก็ไปดูพระอาทิตย์ตกดินกัน สังเกตมั๊ยว่าเราดูพระอาทิตย์ตกดินกันมาหลายรอบแล้วแต่ยังไม่มีครั้งไหนที่เห็นแบบเต็มๆเลย แต่ครั้งนี้เราจะสมหวังกันแล้วนะคร้าบบบ พระอาทิตย์ตกดินที่นี่เห็นชัดเจนดี เพราะไม่ค่อยมีเมฆหมอก และความรักมาบังตา(ความรักนี่เกี่ยวไรฟร่ะ555) หยกเลยใช้กล้องกลุ่มถ่ายซะเลย การถ่ายกล้องกลุ่มเป็นอะไรที่ลำบากมาก(คราวที่แล้วก็ทำลั่นไปทีแระ) คราวนี้ดันกดชัตเตอร์ไม่ลง ว๊ากกก ตื่นเต้นมาก ต้องไปถามพี่โอ่ง นู๋จะทำไงดีคร้า กดชัตเตอร์ไม่ลง พระอาทิตย์จะลงแล้ว มือสั่นไปหมดเลย พี่โอ่งเลยช่วย เป็นmanual focus แล้วกันนะหนู เอ้า กดเลย เอ๊ะ กดเลยหรอ กดเลยแล้วจะเป็นภาพซีลูเอตป่าวอ่ะ(สะกดซีลูเอตไม่เป็นนะ><) เออ กดเลย แหง่ม กดเลยก๊ได้ แชะ โหยยย ตื่นเต้ลอ่ะ ภาพมันจะออกมาเปนไงว้า... ตอนกลางคืน พี่โอ่งมาสอนการถ่ายรูปดาว พี่โอ่งพูดเรื่องการดูดาว ดาวมันเคลื่อนที่ตลอดเวลา ยกเว้นดาวเหนือที่ใกล้กับแกนโลกมาก ดาวเหนือไม่ได้มีแค่ดวงเดียวนะ แต่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างตอนนี้เป็นดาวชื่ออะไรก็จำไม่ได้แล้วอ่ะ555 ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ได้เปรียบเพราะสามารถมองเห็นดาวได้ทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้เลย การถ่ายรูปดาวจำเป็นต้องมีขาตั้งกล้องเพราะดาวเคลื่อนที่ตลอดเวลา ถ้าไม่ใช้ขาตั้งกล้องจะเห็นดาวเป็นเส้นๆ(อู้วว) แล้วพี่โอ่งก็ให้หาดาว แต่หยกหาไม่เจอซักกะดวง สุดท้ายเลยกอดเข่าดีก่า555 เรื่องดาวนี่ขอเหอะ ไม่ฉลาดพอจะเข้าใจอ่ะ555 18 สิงหาคม 2550 วันนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตี4 เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น หลังจากตื่นไปแปรงฟัน ล้างหน้าแล้ว...ก็ซุกตัวนอนอีกที555 ที่ที่เราจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นต้องนั่งรถประมาณ 20 นาที หลายๆคนนอน แต่หยก กะ วิว เลือกที่จะร้องเพลง(รบกวนคนอื่นเจงๆ) ที่ที่เราชมพระอาทิตย์เป็นที่ที่เจ๋งมาก เพราะสามารถมางเห็นภูผาจิตทางด้านซ้าย และภูกระดึงทางด้านขวาได้ หลังจากรอไปได้พักใหญ่ ทำไมพระอาทิตย์มันยังไม่ขึ้นฟร่ะ ความจริงแล้วพระอาทิตย์มันขึ้นทางซ้ายมือที่เรามอง แต่เนื่องจากเมฆมันบัง เราเลยเห็นมันตอนมันขึ้นมาเต็มดวงแล้ว แต่มะเปนไรไม่เป็นอุปสรรคในการถ่ายของเราอย่างแน่นอน แม้ว่มันจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่(ฮา) หลังจากดูพระอาทิตย์เสร็จเราก็กลับทมากินข้าว อาบน้ำกัน แล้วเราก็จะไปถ่ายน้ำตกกันอีกครั้ง น้ำตกที่เราไปถ่ายชื่อสันทราย(ถ้าจำไม่ผิดนะ) ไม่สวย มีแต่ทรายจริงๆน้ำเหลืองอ๋อยเลย แถมทางลงลื่นอีกตั่งหาก ตกร่องไปทีนึง ขาไม่มีแรงดันตัวขึ้นมาเลยอ่ะ ตอนแรกนึกว่าขาพลิกซะแร้ว แต่ไม่ใช่ครับขามันอยุในร่อง การถ่ายน้ำตกเราก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน เนื่องจากมันทำให้ฟุ่งไม่ได้ เพราะแสงมันโอเวอร์อ่ะ ถ้าใช้speed shutterต่ำเราก็ไม่มีขาตั้งกล้องอีก...เซ็งเรยยย ดังนั้นเราเลยรีบขึ้นไปดีก่า ระหว่างรอสีอื่นถ่ายน้ำตก หยกเลยให้พี่จิ๊บถ่ายรูปหยกกะวิวให้หน่อย พี่จิ๊บถ่ายpotraitสวยมักๆ เลยอยากลองแปลงเป็นคนสวยดู555 พี่จิ๊บถ่ายไม่กี่รูปก็บอกว่า แสงตอนนี้ไม่ค่อยสวยเด๋วสวยแล้วจะถ่ายให้ใหม่(หรือเพราะเราวะ555) หลังจากลันล้าถ่ายรูปสักพัก เราก็เดินทางกลับ ตอนออกมาพี่ต้นเล็ให้ยืมเลนส์infared ด้วย มันเจ๋งมากเลยจอช มันถ่ายแล้วให้ควารู้สึกเหมือนอยู่เมืองนอกอ่ะ(ทั้งๆที่ถ่ายที่เมืองไทย) แต่เสียอย่างเดียวคือต้องใช้speed shutterที่ต่ำมาก ภาพที่ได้อาจจะเบลอนิดหน่อย แต่ถ่ายไปเยอะมาก ใช้คุ้มเลย พี่ต้นเล็กเห็นว่าหยกปลื้มไอ้เลนส์นี้เลยบอกว่ามายืมอีกก็ได้นะ555 พอกลับภารกิจต่อไปก็คือล้างฟิล์ม(เป็นอันที่เสียวมากเลยเพราะฟิล์มมันห้ามโดนแสง ดังนั้นเราจึงต้องทำในที่มืด) แต่การรีฟิล์มไม่ใช่ภารกิจที่น้องๆต้องทำแต่ให้พี่สีทำ พี่สีเลยเหงื่อตกสิครับ ก่อนที่พี่อุยพี่สีของหยกจะทำ หยกก็ร้องเพลง ผิดไปแล้ว แต่ก็ยังยืนยันว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ555กดดันหน้าดู ขั้นตอนการล้างฟิล์มยุ่งยากมาเพราะต้องรักษาระดับอุณหภูมิให้ได้38องศาตลอด หยกเป็นคนถือเทอร์โมมิเตอร์ เมื่อยอย่างแรง ได้ลองเขย่าฟิล์มด้วยนะสนุกมาก แต่ก็แอบกลัวว่าฟิล์มจะออกมาดีหรือเปล่า แต่สุดท้ายที่เปิดออกมาก็ผ่านไปด้วยดี^^ ตอนเย็นหลังกินข้าวก็ถึงเวลาประกวดสไล์ดกัน มีแต่คนถ่ายรูปเจ๋งๆทั้งนั้นเลย ชอบมากๆ ที่หนึ่งเป็นของพี่ฝ้าย เอาพี่จิ๊บเป็นแบบ เจ๋งดีนะหยกโหวตให้อันนี้แหละ ชอบๆ หลังจากประกวดไสลด์แล้วเราก็ไปเฉลยบัดดี้กัน บัดดี้ของหยกคือพี่ฝ้าย ส่วนคนที่เป็นบัดดี้หยกคือพี่บอล แล้วพี่ฝ้ายกะพี่บอลเป็นแฟนกัน ตายหล่ะ เราคือตอตรงกลางหรือนี่555 หลังจากเฉลยบัดดี้ ก็ถึงเวลาบายศรี+เปิดใจ ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานมาก เริ่มตอน เที่ยงคืนกว่าๆมั้ง เสร็จราวๆตี4ได้ ระหว่างพี่เปิดใจ หยกทนไม่หวาย ของีบหน่อย พี่พูดไปได้ซักพักหนึ่งก็มีเสียงตึง พี่ๆ: เฮ้ยเป็นไรไปป่าวอ่ะ เสียงนั่นไม่ใช่ใครที่ไหน ข้าพเจ้าหลับแล้วล้มตึงนั่นเอง(ฮา) หลังจากตอนนั้น พี่แนตตี้ก็บอกว่า อย่าไปนอนที่อื่นอีกนะ 555 หยกเข้านอนตอนประมาณตี 5 เพราะต้องให้พี่ๆผูกสายสิญจน์ให้ หลับเป็นตายเลยครับ 19 สิงหาคม 2550 ตื่นขึ้นมาตอน 10 โมง ม่ายอยากลุกเลย แต่ต้องลุกเพราะพี่จะเช็คเอ้าท์ตอน 11 โมง อาบน้ำเสร็จก็ไปเขียนสมุดกระจกต่อ เขียนไปได้ 2 เล่ม เบื่อ นอนต่อดีก่า เลยมีคนบอกว่า กินเก่ง และ นอนยาว(ป่าวน้า) พอขนกระเป๋าออกมาจากบ้านพักก็กินข้าวกลางวันต่อ(โอ้ววว) อิ่มมากเลยไม่กิน หลังจากเล่นไพ่เสียงโหวกเหวกไปซักพัก พี่ก็ให้ไปเดินดูธรรมชาติ เดินเข้าไปไม่กะดูอะไรเลย กะจะไปถ่ายรูป เมื่อถึงจุดที่แสงลง กะลังจะถ่ายกะวิว พี่รุตก็มาขอให้เป็นแบบ(เอ่อ จะดีร้อคะพี่) หลังจากพี่รุตถ่ายก็มีคนอีกบึมมากถ่ายด้วย(เอ่อ...เขินนะก๊ะ)ใครมีรูปเอามาให้ดูด้วยน้า เราก็เดินๆๆๆๆ แต่ไม่ค่อยได้สนใจไรเท่าไหร่ เดินคุยกันซะมากกว่า555 ซักบ่าย 4 ก็เดินออกมาจากที่ชมธรรมชาติ พอ6โมงก็ถ่ายรูปหมู่และออกเดินทางกลับกรุงเทพกัน เดินทางไปได้ซักพัก ยางแตก (โอ้วววว) เราเลยไปแวะที่ปั๊มน้ำมัน ระหว่างรอก็เล่นบอลลูนด่านไปด้วย(เล่นอะไรเหมาะกะวันเจงๆ555) แล้วที่ปั๊มเราก็กิรไอติมไป3แท่ง รวมวันนี้กินไป4แท่งแร้ว(ว๊ากกก555) พอเขาซ่อมยางเสร็จ ก็เดินทางต่อ ไม่ได้นอนเลย เล่นไพ่คิลเลอร์กัน หนุกหนานๆๆๆ กว่าจะได้นอน เดินทางมาถึงธรรมศาสตร์รังสิตโน่น พอถึงท่าพระจันทร์ปุ๊บแฮงค์เลย(นี่วันที่20 สิงหาคม 2550 แล้วนะ) พอถึงใต้ตึกกิจ เขียนสมุดกระจกได้2เล่ม นอนทันที และการเดินทางของรูปภาพก็จบเพียงเท่านี้...เย่ รูปเราดูที่hi5 นะ จะเอาลงที่นั่นอ่ะ http://midonari.hi5.com thanks: กิตที่ไปอยู่เป็นเพื่อนวันแรก วิวที่สละเวลาไปค่ายกะเรา ชมรมโฟโต้ ที่พาหนูไปเที่ยว พี่ๆทุกคนที่ให้ความรู้ พี่ออม พี่ต่าง วิว บุ๋น วิ วิว(น้อย) ที่นอนกะเรา+เล่นไพ่กะเราทุกคืน และแล้วการเดินทางของเราก็เริ่มต้นขึ้นใหม่...เย่ ยาวไปนิดนึงนะ แต่อยากบรรยายให้เห็นภาพอ่ะ แต่ถ้าได้ไปสัมผัสเองจะยิ่งดีเข้าไปใหญเลยนะ จะบอกให้^^
8月21日 การเดินทางของรูปภาพ(1)13 สิงหาคม 2550
หลังจากลุ้นมาหลายวันก็ถึงวันที่จะได้ไปเข้าค่ายโฟโต้ซักที
ตอนแรกแม่บอกจะไม่ให้ไปแล้วเนื่องจากกลัวน้ำป่าไหลหลาก
แต่สุดท้ายก็ได้ไป555(ก็จ่ายตังแล้วอ่ะ)
ป๊าไปส่งที่ท่าพระจันทร์ตอน4โมง(รีบไปทำไมฟร่ะเขานัดตั้ง6โมง)
พอไปถึงก็เจอขบวนno vote ทันที ด้วยความที่กลัวว่าเขาจะจับเราไปทำแกงจืด ฉะนั้น เดินเลี่ยงซะ
หลังจากหาที่นั่งพักได้แล้ว ซักครูก็มีคนมาขอสัมภาษณ์(อ๊ากกก><) เกี่ยวกับเรื่องประชามติ
นักข่าวคนนั้นมาจากbbc (อ๊ากกกรอบ2><) จึงต้องมีคนแปลให้ กิตบอกว่าเค้าแปลกะเขียนไม่ค่อยตรงตัวร๊อก
หลังจากสัมภาษณ์เสร็จก็เลยรับไปกินข้าวเลยเพราะกลัวมีคนมาสัมภาษณ์อีก ไม่เอาแล้วนะ
หลังจากกินข้าวก็ไปรอวิวที่ใต้common เนื่องจากไม่กล้าที่จะเข้าไปนั่งที่ใต้ตึกกิจคนเดียว(นู๋กลัวววว...555...อ๊ะล้อเล่งๆๆๆ)
พอวิวมาเราเลยเดินไปวางของที่ใต้ตึกกิจ
หลังจากนั่งไปได้ซักพักก็เริ่มสงสัยว่ารถมันจะออกกี่โมงหว่า
พอไปถามก็เลยได้คำตอบว่า 4ทุ่ม(อ๊ากกกตูจะมาทำไมตั้งแต่4โมงฟร่ะ)
ระหว่างรอรถออกพี่เลยให้เล่นเกมส์ เพื่อที่จะได้จำชื่อเพื่อน+พี่ได้ แต่ยังไงทุยก็ยังเป็นทุยอยู่วันยันค่ำ(จำไม่ได้ค้าบบบ)
ซัก5ทุ่ม รถก็ออก(เหมือนที่แม่บอกเลย) แล้วทุยก็หลับไปตลอดทาง...
14 สิงหาคม 2550
ตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยความรู้สึกเหนียวๆ แหงหล่ะซิก็ยังไม่ได้อาบน้ำนี่นา
ถึงที่ภูหินร่องกล้าตอนประมาณ 8 โมง หลังจากกินข้าวมื้อแรกแล้ว ก็ไปอาบน้ำ(ไม่อาบไม่ไหวนะก๊ะ เพราะซกมกเหลือเกิน)
หลังจากอาบน้ำแล้วก็มีการฉายสไลด์แนะนำสถานที่
หลังจากนั้นก็เริ่มอบรมการถ่ายภาพเบื้องต้น มี
potrait พวกถ่ายภาพคน พี่เขาเอาภาพมาให้ดู เจ๋งมักๆ
landscape เขาก็สอนให้ถ่ายภาพให้ดูมีมิติ มีฉากหน้า ฉากกลาง ฉากหลัง จัดองค์ประกอบภาพให้ดี(ดูยากจัง)
macro ถ่ายพวกของเล็กให้เป็นของใหญ่ แต่กล้องเราทำไม่ค่อยได้ เบลอตลอดเลยอ่ะTT
เทคนิกพิเศษ อันนี้กล้องข้าพเจ้าก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน เพราะเป็นauto focus นะค้าบบ ระเบิดซูมไม่ได้
หลังจากเรียนรู้ไปได้ซักพัก ท้องก็เริ่มหิววว กองทัพต้องเดินด้วยท้องดังนั้นเราจึงพักไปกินข้าวซะ
หลังจากกินข้าว พี่ๆก็พาไปที่ลานหินแตก
ลานหินแตกเกิดจากการคดตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดรอยแตกของหินขึ้นมา หินแตกนี่บางทีก็ตื้นนะ แต่บางรอยแตกนี่ ลึกมากจนหน้ากลัวเลย
พอไปถึง พี่ๆก็เริ่มเอาขาตั้งกล้องมากางกัน ทุยไม่มี ทำไงดีหล่ะ 555 งั้นเราใช้มือตั้งกล้องแทน
พระอาทิตย์ตกที่นี่เห็นไม่ชัดเท่าไหร่เพราะมีเมฆมาก พระอาทิตย์ยังไม่ทันตกเลย เข้าเมฆไปแระ เลยถ่ายภาพอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่
พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ดั้งนั้นต้องเติมพลังใส่ท้องอีกครับ555
หลังจากกินข้าวอาบน้ำเรียนร้อย พี่ก็มาสันทนาการ ตอนสุดท้ายนี่แบ่งเป็น3กลุ่ม แล้วให้แต่ละคนหากลุ่มของตัวเอง
หยกได้นักแสดงตลก เอาหล่ะซิทำไงดีฟร่ะ นึกท่าไม่ออก น้องทรายคุนแม่ขอร้องละกัน555
ทำไปจนเกือบครบทุกคนแระ
อ้าว เฮ้ย ทะมายตูไม่มีกลุ่มฟร่ะ สุดท้ายเพิ่งมารู้ว่าอยุกลุ่มอาชีพ
โธ่พี่คร้าบ นักแสดงตลก กะ กะหรี่นี่ ไม่เหมือนกันนะคร้าบบบ
หลังจากนั้นพี่ก็ให้แยกย้ายไปนอน แต่คณะของเรายังคง เปิดบ่อนเล่นไพ่555
15 สิงหาคม 2550
หลังจากได้เรียนรู้การถ่ายภาพเบื้องต้นแล้ว วันนี้จึงเริ่มตะลุยถ่ายๆๆๆๆ
ที่แรกที่เราแวะไปคือน้ำตกร่มเกล้าภราดร
ลงไปไม่ได้ไปเจอนาตาลีนะ เย้ยย
แต่ทางลงนี่ต้องระมัดระวังอย่างแรง เพราะลื่นมักๆ
ลงไปไม่เจอนาตาลีหรอกนะ(เล่นอีกแระ แป๊กเจงๆ) แต่เจอน้ำตก สวยดี
การถ่ายน้ำตกให้สวยเนี่ยพี่เค้าสอนว่า ให้ปรับ หpeed shutter ให้ตำเข้าไว้ แล้วน้ำตกจะฟุ้ง
ดังนั้น คนที่ถ่ายรูปน้ำตกจึงต้องใช้ขาตั้งกล้อง
แต่เนื่องจากหยกไม่มีขาตั้งกล้องจึงประspeed shutterได้ต่ำสุดแค่60
น้ำตกที่ได้เลยไม่ค่อยฟุ้งมากเท่าไหร่
แต่เอาน่าเราทราบวิธีการแล้วนี่นา555
ที่ถักไปคือหลุมหลบภัยทางอากาศ คือ ในช่วงที่รัฐบาลไทยยส่งทหารมาปราบคอมมิวนิสต์เขาก็จะส่งระเบิดมา
คนที่เป็นคอมมิวนิสต์ก็จะลงไปหลบภัยที่นี่
ที่นี่ก็คล้ายๆหินแตกนะ แต่คนจะลงไปซ่อนตัวได้ด้วย
ความจริงแล้วทางเดินมันเป็นวงกลมนะ แต่ด้วยความที่มันลื่นมากๆ เลยเดินไม่ครบรอบ เดินถึงจุดที่ลื่นมากแล้วเดินกลับมา
ใจยังคิดเลยว่าคนที่มาหลบคงไม่ได้ตาบเพราะระเบิดหรอก
แต่จะตายเพราะหัวฟาดหินนี่แหละ555
หลังจากนั้นก็ไปโรงเรียนการเมืองกัน
โรงเรียนการเมืองเนี่ยจะมีบ้านเป็นหลังๆเอาไว้พักอาศัย แล้วก็ จำไม่ได้แล้วอ่ะ555
แต่ที่นี่ก็ถ่ายรูปเยอะนะ เกือบถ่ายกล้องกลุ่มแล้ว แต่ด้วยความที่กล้องกลุ่มเป็นฟิล์ม เลยเหะเหะ ไม่กล้าอ่ะ555
พอเสร็จจากที่นี่ก็ไปดูกังหันน้ำที่เอาน้ำจากน้ำตกมาหมุนกังหัน โอ้วววเจ๋งมักๆ
พอกลับมาเราก็เติมพลังด้วยการกินข้าว(อีกแล้ว555)
หลังจากกินข้าเราก็เดินทางไปลานหินปุ่มเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินกัน
พอถึงตรงนี้หยกก็เริ่มสงสัยว่า ลานหินปุ่มมันต่างจากลานหินแตกยังไง
แล้วก็ได้คำตอบจากพี่เองว่า หินปุ่ม มันมีปุ่มให้กด โอ้วววขอบคุณมากค่ะ555
ก่อนไปถึงลานหินปุ่มเราก็แวะที่ผาชูธงก่อน
ผาชูธงเป็นสถานที่ที่พวกคอมมิวนิสต์จะมาประกาศชัยชนะทุกครั้งที่รบชนะพวกทหารรัฐบาลไทย
ถึงตรงนี้ก็สงสัยอีกแล้ว ผาตั้งสูง มาโบกธงใครจะเห็นฟระ แล้ว ไกลจะตายเดินขึ้นมาทำม๊ายยย
ถัดจากผาชูธง เราก็มุ่งหน้าสู่ลานหินปุ่ม เพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดิน
แต่ไม่ได้เห็น เนื่องจากฝนตกซะก่อน เสื้อกันฝนจึงกลายเป็นของที่มีประโยชน์ทันที เย่ๆ
เนื่องจากไม่ได้ดูพระอาทิตย์ตกดิน เราจึงกลับที่พักได้เร็ว จึงกินข้าวได้เร็วตามไปด้วย555
วันนี้หิวข้าวมากๆๆ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า กินหนมทุกซองที่ยื่นมาให้ จนได้ชื่อว่าหยกทุกซอง555
หลังจากกินข้าวแล้ว พี่ๆก็มาสอนเรื่อง write painting (เขียนอย่างงี้ป่าวหว่า)
เจ๋งมากเลย แต่เทคนิกนี้ใช้ได้เฉพาะคนที่มีกล้องแบบ shutter B เท่านั้น คือ speed shutter แบบต่ำมากๆๆๆๆ(ซึ่งกล้องหยกก็ทำไม่ได้อีกแล้ว555)
16 สิงหาคม 2550
วันนี้เราจะไปเยี่ยมเผ่าม้งกัน
เราต้องเรียกเขาว่าม้งนะ ห้ามเรียกแม้ว
เพราะคำว่าแม้วก็เหมือนกัยเราเรียก จีน ว่า เจ๊กนั่นแหละ
หลังจากมีการอบรมทำความเข้าใจว่าเราจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง
เราก็เดินทางไปบ้านม้ง
ระยะทางจากที่พักไปบ้านม้งประมาณ30 กิโล แต่เวลาเดินทางนานมากก เพราะเส้นทางไม่สู้จะดีนัก
อากาศก็หนาววว เหลือเกิน
พอถึงจุดพักชมวิว เราก็กินข้าวกัน ข้าวเหนียวไก่ที่เตรียมมา แข็งเลย555 ไม่อาหย่อย
พอกินเสร็จก็ไปหาที่ถ่ายรูป ถ่ายไปถ่ายมา หนาวมากกก
ไม่ไหว เลยเข้าไปซุกอยู่ในรถจนกระทั่งเดินทางต่อไป
สถานที่ต่อไปคือ วัดของม้งมั๊ง สีสดที่ สวยๆ ไม่เหมือนใคร แต่ถ่ายไปได้ซักพัก ไม่เอาแระ แกล้งคนอื่นดีก่า555
ท้ายสุดเราก็ไปบ้านม้งกัน
บ้านม้งนี้ไม่มีปูพื้นเหมือนอย่างบ้านเราๆนะ แต่เป็นพื้นดินไปเลย แปลกดี
หยกถ่ายรูปเด็กๆมาตั้งหลายใบ ปกติแล้วเป็นคนที่ไม่ชอบเด็กเท่าไหร่แต่งวดนี้อยากได้รู้ ต้องตั้งใจหน่อย
หลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้วก็มีการไปเล่นเกมส์กะเด็กๆ แล้วก็แจกขนม
หยกก็ไปเล่นวิ่งเปี้ยวนะ แต่ยังไม่ทันได้วิ่งเลย ทีมตัวเองก็แพ้ซะแล้ว ฮา
ขากลับ เราก็ขึ้นรถกลับ ฝนมันตก ก็เลยต้องปิดรถให้แน่นหนา ดูไปดูมาเหมือนคนหลบหนีเข้าเมืองยังไงไม่รู้555
เพื่อป้องกันการเบื่อเราเลยมีการเล่นเกมส์ใครแพ้กินน้ำเกิดขึ้น
กินเข้าไปหลายอึกเลย
แต่ที่ฮาคือ วิวกับพี่จิ๊บ นับเลขทีไรต้องนับพร้อมกันทุกที เลยกินน้ำเข้าไปหลายอึกเลย555
พอมาถึงที่กินข้าวแย่งกันเข้าห้องน้ำไม่ทัน555
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่จะพักที่ภูหินร่องกล้า เราเลยมีแคมป์ไฟกัน
แล้วให้แต่ละกลุ่มแสดงละคร กลุ่มหยกคิดอะไรไม่ออก
เลยให้พี่ฝ้ายเป็นนางเอก ซันเป็นพระเอก แล้วmusicalกัน ฮาดี
ทีมอื่นก็ตลกดี
มีการเอามุขพี่ๆมาใช้
พอเล่นละครเสร็จก็แบ่งกลุ่มใหม่
แล้วเล่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร กับใคร
ฮามากๆ
โดยเฉพาะคำว่าอย่างsix(ชื่อพี่คนหนึ่งในค่ายที่ชอบส่ายหน้า)
กะลังง่วงได้ที่ เลิกพอดี เลยกลับที่พักไปนอน
(ขอแค่นี้ก่อนนะ เด๋วยาวไปคนอ่านขี้เกียจอ่าน(ความจริงคนอัพก็เริ่มขี้เกียจอัพแล้วแหละ))
(การเดินทางครั้งต่อไปของเราคือน้ำหนาวจ้า)... 7月7日 จับฉ่ายหลังจากห่างหายหน้าจากเสปซไปเสียนาน วันนี้ก็ได้ฤกษ์กลับมางั้นจะขอเขียนเท่าที่ความขยันจะไปได้แล้วกัน
ปีนี้ก็ขึ้นปีที่สองของการเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์แล้ว
หลายๆคนบอกว่าต้องเรียนหนักขึ้น
แต่...ยังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือเลย
บางวิชาก็เริ่มอิดออดที่จะไปเรียนเสียแล้ว อาจารย์พูดว่าอะไรหรอ ไม่รู้เรื่องเลยย
ปีสองแล้วเราก็ต้องทำตัวให้โตขึ้น
แต่ไม่วายติ๊งต๊องกว่าน้อง
วันที่22-24 มิถุนายน 2550 ไปรับน้องโต๊ะปาล์มขวดที่จังหวัดระยอง
การทำงานครั้งใหญ่ที่ต้องทำกับเพื่อน
ได้เห็น ได้รู้อะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้
ได้ทำงานแปลกๆหลายอย่าง
ได้รู้ว่าเราสามารถขนกระเป๋าได้ทีเดียวหลายๆใบ
ได้คุยกับพี่ๆบางคนทั้งที่ไม่เคยคุยด้วยเลยตอนปี 1
ก็ดีเหมือนกันที่เราได้โตขึ้น ถ้ามันยังมีอะไรดีๆที่เกิดขึ้น
เพื่อน...ที่ไม่เคยมีอิทธิพลในสมัยอยู่ปีหนึ่ง ก็เริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นตอนปีสอง
จากตอนปีหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ต้องยุ่งกับใครมากฉันก็อยู่ได้
แต่ตอนนี้ มีเพื่อนให้เฮฮาบ้างมันก็ดีเหมือนกันเนอะ
ตอนนี้ก็เพิ่งได้เพื่อนใหม่มา...
ถ้าถามว่าดีใจไหมก็คงดีใจ
คนได้เพื่อนขึ้นมาอีกคนทำไมจะไม่ดีใจ
ยังไงก็รักเพื่อนคนนี้นะ
เพื่อนคนนี้ร่วมเฮฮาได้เสมอ
...
ไม่ได้อัพนาน แต่ก็ยังไม่มีอะไรเขียนมา เพราะมันนึกไม่ออกอ่ะ
ว่างๆมาคุยกัน...
4月29日 เรื่องดีๆ กับ ความรู้สึกดีๆ(1)หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนที่ท่าพระจันทร์มา 1 อาทิตย์
ทุยก็ได้มองเห็นอะไรที่ทำให้รู้สึกดีมาอย่างหนึ่ง
อาทิตย์นี้ไปเรียน 6 วัน(อยากโดดจัง แต่...มะได้มะได้^^)
นั่งรถเมล์ที่มีกระเป๋ารถเมล์คนเดิม 4 ครั้ง
สงสัยจะเปนบุพเพสันนิวาสแน่ๆเลย555
และกระเป๋ารถเมล์คนนี้นี่เองที่ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆในอาทิตย์นี้ขึ้น
เฮ้ย...อย่าคิดไกลว่าไปแอบหลงรักกระเป๋ารถเมล์นะเฟ้ย เพราะว่าเค้าเป็นผุหญิง
อ้าว...ยิ่งแย่ใหญ่ มะใช่ทอม กะ ดี้นะเว่ย
วันแรกที่นั่รถเมล์คันนี้กลับบ้านเป็นวันจันทร์ตอนบ่ายๆหลังจากกินข้าว
ซึ่งปกติแล้ว ทุยจะไม่ใช่คนที่สังเกตุสิ่งรอบตัวเท่าไหร่
ขึ้นไป จ่ายตัง อ่านหนังสืออ่านเล่น แล้วก็นอนแหมะบนรถเมล์เป็นกิจวัตร
วันนี้ก็เช่นกัน ทำกิจวัตรตัวเองแล้วนอน
รถเมล์สาย524 บางเขน-สนามหลวง ช่างดูยายนานสำหรับคนที่นั่งต้นสายไปปลายสายเหลือเกิน
วันที่ 2 บ่ายๆอีกเช่นกัน
เดินขึ้นรถเมล์ด้วยท่าทางเตรียมพร้อมนอนเต็มที่
เดินขึ้นรถเมล์ไป
กระเป๋ารถก็ร้องปาวๆ จตุจักร เมเจอร์ เกษตร บางเขนค่า
เราก็มอง เอ กระเป๋ารถเมล์หน้าคุ้นๆหว่า แต่ไม่ได้คิดอะไร
จ่ายตัง อ่านหนังสืออ่านเล่น แล้วก็นอนแหมะเหมือนเดิม
วันพุธ
เวลาพอๆกาน หลังจากกินข้าว
มาแล้ว524 พอขึ้นรถ โอ้วววว กระเป๋ารถเมล์คนเดิมกับเมื่อวานน่อ
เหยยย พรหมลิขิตบันดาลชักพา555
(ความจิงไม่ใช่หรอกถ้าขึ้นรถเมล์เวลาไล่เลี่ยก็มีโอกาสจะเจอคนเดิมสูงอยู่แร้น555)
คราวนี้เกิดอาการพิศวงงงงวย
ขึ้นไปจ่ายเงิน และ กำลังจะทำเช่นปกติทุวันที่เคยทำมา
แต่ก่อนที่จะหลับได้นั้นก็มีคุนตาแก่ๆเดินผ่านไป
ไม่ต้องคุนลุง ไม่ต้องคุนลุง เดี๋ยวหนูกดกริ่งให้ คุนลุงไปนั่งก่อนนะ
เสียงของกระเป๋ารถเมล์นั่นเอง
คุนลุงไปยืนหน้าประตู
คุนลุงเกาะแน่นๆนะ 2มือเลย เดี๋ยวหนูกดกริ่งให้
จริงอยู่กระเป๋ารถเมล์หลายสายก็เป็นอย่างนี้ แต่ไม่รู้สิ เวลาฟังน้ำเสียงรู้สึกว่าเค้าเต็มใจที่จะทำ
เพราะถ้าเป็นกระเป๋ารถเมล์คนอื่นจะไม่พูดอะไร ทำก็ทำไป ถ้าไม่ไหวจะช่วยเอง
วันนั้นที่นั่งรถเมล์เลยไม่หลับเลย
ดูว่ากระเป๋ารถเมล์คนนี้ทำอะไรบ้าง
อยากบอกว่าไม่ใช่แค่คุนลุงคนนั้น แต่พี่แกรู้จักคนไปทั่วเลย
คุยได้กับลูกค้าทั่วไป
รุสึกติดใจ อยากรุจักชื่อ เลยมองตั้งหลายครั้งดูชื่อที่ติดที่หน้าอก
แต่แหมคนสายตาสั้นมันก็ต้องเล็งหลายทีนี่เนอะ
ไม่รุว่าเค้าจะสงสัยป่าว ว่ามีคนแอบมอง555
มองไปมองมาถ้ามองไม่ผิดน่าจะชื่อ จำภู่ ฉิมพาลีนะ
เหะเหะ
แต่ทุยยังไม่เคยคุยกับเค้าเลย ไว้ได้สัมภาษณ์เมื่อไหร่จะเอามาลง555
วันเสาร์ที่ผ่านมา ไปตอนเช้า ความจริงคนละเวลาก็ไม่หวังจะเจอเท่าไหร่หรอก
แต่พอขึ้นรถเมล์ โอ้วววคนเดียวกันเลย
ขาไปนี่เลยไม่ได้ทำกิจวัตรบนรถเมล์อีกเช่นเดียวกัน
มองเค้าทำหน้าที่กระเป๋ารถเมล์ และคุยกับผู้โดยสารเป็นส่วนใหญ่
ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าจะได้เจออีกป่าวเนี่ย555
คุนตัวนิ่มกลับมาแล้ว...ดีใจๆๆๆๆ^^ เห็นกระเป๋ารถเมล์แล้วมีความสุขดีจัง อ้อออ เค้าใส่จตุคามด้วยแหละ555 ม่ายอยากเรียนแล้วว...แต่อดทนอาทิตย์สุดท้ายแล้ว ฮึ่ยยยย 4月16日 สงกรานต์เปนยังไงบ้างกับสงกรานต์
มีคนหลายคนถามทุยว่าไม่ไปเที่ยวไหนหรอ
แล้วทุยเลยตอบไปว่า ไม่ไปหรอกแก่แล้ว
ความจริงแล้วไม่ใช่อะไร ไม่มีคนพาไปต่างหาก
สงกรานต์นี้เลยแก่วอยู่กับบ้านตลอด
แต่ก็ดีเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางไปท่าพระจันทร์มานาน(ความจิงไม่นานนะ555)
ได้พักซะบ้างก็คงดี
วันแรกเลยนอนอ่านนิยายซะเลย
ตอนนี้อ่านจบไป 2 เรื่องแล้ว
เรื่องแรก " รักด้วยเลห์...ร้อยด้วยกล" ของหมูหวาน
เรื่องที่สอง " ดั่งดวงหฤทัย " (แหม...ดูท่าจะขยันเนอะ อ่านนิยาย)
เมื่อได้อ่าน2เรื่องนี้มันทำให้เปรียบเทียบได้เลยนะว่าลักษณะการเขียน รวมถึงภาษาของคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่มันต่างกัน
เรื่องแรกเน้นความรู้สึกที่เข้ากับคนสมัยใหม่มากกว่า โดยใช้คำที่กระตุ้นให้เข้าถึงอารมณ์ไวๆ ใช้คำตรงๆ
แต่เรื่องที่สองใช้ภาษาเปรียบเปรย มักไม่ใช้คำที่ตรงเท่าไหร่ ให้เราจินตนาการเองมากๆ
อย่างเช่นพระเอก พออ่านแล้วดูทีวีก็นั่งเถียงกะพี่ว่าคนนี้เป็นได้ป่าว
ในความคิดส่วนตัวของเรา ก็ชอบทั้งคู่นะ ถ้าเรื่องสมัยใหม่ก็อ่านแล้วคลายเครียดดีไม่ต้องคิดมาก
นางเอกเปิ่นๆ พระเอกดีพร้อม แล้วมาหลงรักนางเอก มันก็คิดนะ ชีวิตจริงจะมีใครอย่างนี้มั๊ยเนี่ย
ส่วนเรื่องที่2 ภาษายากนะ ฝ่าบาท กระหม่อม ทั้งเรื่องจนไม่รู้ว่าใครพูดกับใคร
ภาษาที่ใช้ก็ต้องมาคิด ว่าแปลว่าไรหว่า แต่ก็หนุกไปอีกแบบ นางเอกอาจไม่ใช่คนที่สวยมากที่สุด แต่อาศัยหลายปัจจัย
พระเอกอาจไม่ใช่คนที่หล่อที่สุด ดีที่สุด แต่ถ้ารักกัน ก็ไม่มีใครที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว อ่านแล้วคิด...
วันที่สอง
หลังจากป๊าสัญญามานาน วันนี้ก็ได้ไปกินโออิชิ บุฟเฟ่ต์
และได้พบกับความจิงที่ว่าตัวเราไม่เหมาะกับบุฟเฟ่ต์เลย
เพราะว่ากินไม่คุ้มนั่นเอง
ยังไม่ได้กินอะไรอีกตั้งหลายอย่าง
อุตส่าห์อดข้าวเช้าแล้วนะเนี่ย ยังกินได้นิดเดียวเอง
พอออกมาก็บอกกะทุกคนว่า"ห้ามพูดเรื่องอาหารนะ เด๋วอ๊วก" 555(กระเพาะไม่ให้ แต่ใจอยาก555)
วันที่สาม
วันนี้นอนดูละครที่เคยฉายทางช่อง 7 แล้วชอบมากๆชื่อปริศนา
หลายคนอาจสงสัยว่า แกเคยดูแล้วไม่ใช่หรอ
ใช่ เคยดูแล้ว แต่ดูไม่จบ จะมาดูต่อก็ไม่รู้ว่าดูถึงไหนเรื่องเป็นไง เลยตัดสินใจดูใหม่ซะเลย555
เราชอบนะ
เรื่องนี้อาจไม่ได้หาตัวละครที่เหมือนกับที่หนังสือเขียนเอาไว้ แต่จัดได้ว่าหานักแสดงได้ดีทีเดียว
ติ๊ก-ถ้าหน้างเรียบๆก็ขรึมพอจะเป็นท่านชายพจน์ และทำให้สาวๆหลงได้(ในเรื่องนะ ไม่ใช่ตอนนี้)
ทุยเห็นติ๊กในเรื่องนี้ทีไร....ว้าววววทุกที
เทย่า-เล่นเรื่องนี้แล้วชอบมากๆ เหมือนเธอเกิดมาเพื่อเป็นปริศนาของ ว.ณ ประมวญมารค มากๆ
พอล-เล่นเป็นประวิชก็เจ๋งมาก เล่นแล้วเห็นภาพอ่ะ
สรุปแล้วชอบ
พี่ของทุยดูแล้วก็ สงสารอนงค์จัง (อนงค์เป็นพี่ปริศนา ไปหลงรักประวิช แต่ประวิชดันรักปริศนาซะนี่...TT)
ทุยก็อานะ แต่ก็แอบคิด คนอะไรจะมองโลกในแง่ดีจัง ถ้าเรามองโลกในแง่ดีบ้างคงดีเนอะ
อนงค์เองก็แสนดี ในโลกนี้จะหาคนอย่างอนงค์ได้มั๊ยเนี่ย
555
พออ่านนิยายก็เริ่มเพ้อเก่ง
คะแนนนิติกรรมจะเปนไงบ้างหนอ...สาธุ...อย่าให้ตกเลย อยากทำอะไรที่ไม่ใช่อ่านหนังสือเรียน555 ขอโทษนะ..ที่ดีไม่พอ 4月4日 หนัก...เมื่อย...เหนื่อยหนัก...
หนักโว้ยยยย
ทำไมเรียนหนักเช่นนี้
เรียนหน่ะไม่เท่าไหร่...แต่ทำไมหนังสือเรียนถึงหนักมากๆ
ทำไมน้ำหนักตัวมันขึ้นสูงอย่างนี้...แล้วยังกินเอาๆๆๆ
ทำไมสมองมันหนักอย่างนี้...เต็มไปด้วยก้อนหิน
ทำไมหนังตาต้องหนักตลอดเวลาที่เรียนด้วย
ทำไมนอนแล้วรุสึกหนักไม่อยากลุกเลย
ทำไมต้องแบกกรัเป๋าหนักไปเรียนทุกวันด้วยน้าTT
เมื่อย...
การออกกำลังของเราตอนนี้คือ
การเดินไปขึ้นรถเมลล์ที่ป้าย
และการโหนรถเมล์
จนขามันจะเท่าโต๊ะบิลเลียดอยุแร้ย
กระเป๋าอันแสนหนักก็บั่นทอนร่างกายแก่ๆของเรา
เมื่อยโว้ยยย
เหนื่อย...
ทำไมต้องตื่นตี5ครึ่งไปเรียนตอน9โมงเนี่ย
เส้าๆๆๆๆTT
เอาวะ...ชีวิตต้องสู้(โว้ยยยยยยยย) 1月12日 ^^ happy birthday to me ^^-- 9 มกราคม 2550 --
-- 19 ปีแล้วน่อ --
ยังไงก็ขออวยชัยให้ตัวเองหน่อยละกาน
8 มกราคม 2550
เวลา 22.30 น.
กริ๊งๆๆๆๆ
ทุย: ฮาโหล
คุนลุง: ทำไรอยุ
ทุย: ดูทีวีอยู่
คุนลุง: คนเดียวหรอ
ทุย: อื้อ...ดูคนเดียว คนอื่นจะนอนหมดแระ
คุนลุง: อ้าวหรอ
ทุย: อื้อ...หยกว่าไม่มีใครจำวันเกิดหยกได้ชัวร์
คุนลุง: ไม่หรอกทุกคนต้องจำได้แน่ๆ...ไปอาบน้ำก่อนนะ
เวลา 23.30
ตอง: เฮ้ยหยก...ช้วยหารูปหน่อยดี จะไปอาบน้ำ เด๋วไม่ได้อาบ
ทุย: อื้อ เด๋วหาให้
เวลา 24.00
กริ๊งๆ
คุนลุง: Happy Birthday นะ...ได้messageยัง
ทุย: อื้อได้แล้ว...คนแรกเลย ขอบคุนนะ
คุนลุง: อื้อ แล้วนี่จะนอนยังเนี่ย
ทุย: เด๋วก็นอนแล้วแหละ...รอใบตองอยู่
คุนลุง: จะนอนแล้วโทรมาด้วยนะ
ทุย: อื้อได้ๆ
เวลา 24.03 น.
ก๊อกๆๆ
หวานเจี๊ยบกะลังวิ่งมาเปิดแต่หยกอยู่ใกล้ประตูมากกว่า
ใบตอง แอล เชอร์รี่ จิ๊บ วิว หวานเจี๊ยบ: Happy Birthday to you....
ทุย....ช๊อกกกก
จิ๊บ: ไง แกคงคิดว่าพวกเราไม่มีใครจำวันเกิดแกได้ใช่มั๊ยหล่ะ
ทุย: ใช่ๆ...หยกยังบอกกิตเลยว่าไม่มีใครจำวันเกิดหยกได้ชัวร์เพราะทุกคนนอนไปหมดแล้ว
เวลา 24.30 น.
ทุย: อื้อ...นอนยัง
คุนลุง: ยังๆ...เปนไงบ้าง
ทุย: เพิ่งกินเค้กมาเอง
คุนลุง: เห็นม้า...ทุกคนจำได้
ทุย: อื้อ
คุนลุง: Happy Birthday อีกครั้งนะ
ทุย: ^^
special thanks
จิ๊บ วิว หวาน สำหรับเค้กอร่อยๆที่เราได้กินกัน อยากบอกว่าแกหลอกเราได้เนียนมากเลยหว่ะ
ใบตอง แกอีกคน หลอกเราได้เนียนมาก ไปอาบน้ำก่อนนะเด๋วไม่ได้อาบเชอะๆ555
เชอร์รี่กับแอล ที่มาร่วมกินเค้กด้วยกัน
เพื่อนๆที่บอกHappy Birthday เราทุกคนเลย ปีนี้มีเยอะมาก ดีใจๆ
ที แชมป์ ตั้ม ที่ไปร่วมกินข้าวด้วยกันกับพวกเรา
เปา สำหรับที่ใส่เทียน น่ารักมากๆเลย
เจ้ภัส สำหรับมาร์กเกอร์ ต่อไปจะได้ไม่มีใครมาว่าน้องตัวเอง 555
เรารู้นะว่าซื้อของไม่เก่ง แต่ขอบคุนมากสำหรับความตั้งใจที่จะซื้อให้ เห็นแล้วขำก๊ากเลย วันหลังจะสอนให้นะ^^
12月28日 merry christmas and happy new yearห่างหายไปนานสำหรับนางสาวทุย
บัดนี้ได้มาปรากฏตัวอีกครั้ง
" สวัสดีทุกๆท่านที่อุดหนุนทุยอยู่เสมอ(ใครหว่า) วันนี้ทุยจะมาบอกข่าวคราวแก่ทุกๆท่าน "
" เนื่องด้วยอีกไม่กี่วันก็เป็นวันปีใหม่ และที่ผ่านมาไม่กี่วันก็เป็นวันสอบ เอ๊ย วันคริสต์มาส "
" ทุยเลยขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ ปีเก่าที่ผ่านมาเรื่องดีๆก็ต้องจำเอาไว้(จะจำไว้นะ...) "
" เรื่องที่ไม่ดีก็ต้องผ่านพ้นไป(ใช่ๆ) "
" ขอให้ทุกคนเจอเรื่องที่ดีๆ "
" เรื่องที่ไม่ดีก็คิดว่ามันดีที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นละกาน(เนี่ย เท่มากๆพูดไปได้) "
มีเรื่องอยากเล่ามากมาเลย แต่ขี้เกียจพิม ไว้เจอหน้ากันจะไปบ่นให้ฟังนะ
คิดถึงท่านผู้อ่านทั้งหลายเสมอ
สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ ^^ 11月19日 สอบตรง...นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์เมื่อวานไปทำงานสอบตรงนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์มา
สืบเนื่องมาจากเมื่อวันศุกร์ไปตีแบตมา
6โมงถึง1ทุ่ม
ทำให้วันถัดมาที่ทำงานเกิดอาการปวดตูดปวดแขนปวดขาปวดไปหมดทั้งตัวเยย
แต่เมื่อรับปากว่าจะทำ(มีเงิน200เป็นปัจจัยหลัก5555)เราจึงต้องฮึดสู้
สะโหลสะเหล๋ตอน6โมงเช้า
ไม่อยากตื่น..แต่พยายามนึกถึง200
ใส่เสื้อผ้า...ข้าวไม่ต้องกิน...ขี่จักรยานไปsc
ระหว่างทางเจอน้องที่มาสอบตรง
"น้องสอบที่ไหนครับ"
" sc ครับ "
แล้วน้องก็มองด้วยสายตาประหลาด ทุยก็เฮ้ยเปนไรฟร่ะคนเฟ้ยๆๆหน้าตายู่ยี่หน่อยแต่คนจริงๆนะ
พอไปถึงscน้องเริ่มมากันแล้ว
มันทำให้ทุยย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วที่เป็นการสอบของเรา
พ่อทุยถีบลงจากรถตอน7โมงพร้อมคำว่า"โชคดีนะหยก"
จากนั้นทุยก็หกเหินไปหาเพื่อนๆ
เข้าสอบด้วยสมองที่แทบจะไม่มีอะไร
ออกมาตอนเที่ยงพร้อมกับความมึนงง พร้อมปลงไปครึ่งแล้วว่าตูไม่ติด
กินข้าวไปได้หน่อยก็ต้องเข้าไปสอบภาษาอังกฤษต่องออกมาพ้อมกับคำว่าไม่ติดแน่ๆ
อังกฤษ45ข้อทำได้จริงที่สุดจริงๆแค่ข้อเดียว
ความถนัดก็ทำไปด้วยความหวังว่าโชคจะช่วย
แล้วโชคก็ช่วยให้สอบติด
ในวันนี้ก็เป็นวันที่รุ่นน้องหลังทุยได้มาเผชิญกังสิ่งที่ทุยผ่านมา
ปีนี้เด็กมาสอบน้อยกว่าเนื่องจากว่าห้ามเด็กซิ่วสอบ
แต่คนก็ยังเยอะอยู่ดี
sc เต็มไปด้วยผู้คนที่มาสอบ ผู้ปกครอง และคนขายสมุด
สมุดโต๊ะทุยยังไม่ออกเนื่องด้วยความชิว
เราจึงต้องมองคนอื่นขายกัน
หน้าที่ของทุยในวันนี้คือการประชาสัมพันธ์น้องๆที่มาสอบว่าจะเดินทางไปสถานที่สอบยังไง
แต่ความจริงแล้วหน้าที่มันก็ไม่ได้หนักมาก
เพราะน้องส่วนใหญจะชอบถามพี่ที่ขายสมุดมากกว่า
ซึ่งพี่ที่ขายสมุดจะบอกคนละอย่างกับเรา
ทำให้เกิดความวุ่นวายว่าน้องไปไม่ถูก
เช่นไปตึกวิศวะ คนขายสมุดบอกว่าให้เดินไปทางลัดข้างหลัง
ซึ่งถ้าน้องเดินตามต้องหลงแน่เพราะไม่รู้จัก
เราเลยให้เดินตามถนนน้องก็บอกเค้าให้มาทางนี้เราก็งงนะครับ
เพราะไม่ได้ฝึกมาให้บอกทางลัดกับน้อง
เลยเกิดความวุ่นวายพอสมควร
อีกประการคือห้องน้ำ
พี่ที่รับผิดชอบบอกว่าให้ช่วยกันห้องน้ำให้น้องผู้หญิงด้วยเนื่องจากผู้หญิงจะต่อแถวยาวจะไปสอบไม่ทัน
แต่พอกันห้องน้ำให้น้องผู้หญิงน้องกลับไม่เข้าไม่รู้เป็นไร
ห้องน้ำชายกะหญิงมันก็เหมือนกันแหละน่า
ถ้าตัวเองสอบไม่ทันไม่ยิ่งแย่กว่าหรือไง
พอหมดหน้าที่ช่วงเช้าก็เริ่มสบายขึ้นเลยไปกินข้าวและพักผ่อน
สถานที่ที่เราพักผ่อนคือตึกคณะรัฐศาสตร์นะคร้าบบบ
รัฐศาสตร์มีเบาะน่านอนมากๆเราเลยถือวิสาสะเปิดแอร์ด้วยเลย
แช่อยู่ในนั้นเกือบเที่ยงเลยออกมากินข้าวต่อ
แล้วต้อนน้องเข้าห้องสอบ
ซึ่งนี่ก็แปลก..
น้องที่มาสอบน่าจะรู้เวลามาสอบแล้วเข้าสอบให้ตรงเวลาเอง
เพราะอยู่ตั้งม.6แล้ว
แต่ยังต้องให้เหล่าทุยไปเดินเชิญขึ้นห้องสอบ
อย่าติดเลยน้องถ้าเวลายังดูไม่เป็นเนี่ย
บางคนเรียกเร่งให้ขึ้นแล้วก็ยังคงเดินลอยไปมา
แอบฉุนนะเนี่ย...แต่มันไม่ใช่เรื่องของเรา
พอเดินเชิญน้องๆขึ้นตึกเรียบร้อยแล้วก็ไปนอนในหอป๋วยตรงlocker
นอนแบบไม่อายชาวบ้านเลย
คนเดินผ่านไปมาก็เหยยย..ไรฟร่ะ!?!?!?!
หลับเป็นตายไปได้ซักพักพอตอน5โมงก็ต้อนน้องขึ้นรถเมลล์
อันนี้งานสบายเล็กน้อย
น้องมาถาม
"รถตู้ไปท่าพระจันทร์อยู่ไหนครับ"
เอ่อออจะอธิบายไงดีเนี่ย
"น้องรุจักโรงอาหารกลางป่าว"
"ไม่ครับ" แป่วววว
"ตึกโดมหล่ะ"
"ครับ" พูดเหมือนรุจักก็ได้ฟร่ะ
"โอเคอยู่หน้าตึกโดมอ่ะน้อง" เย่ๆๆๆๆ
ต่อมาคือการเลิกงานและ200ของเราเย่ๆๆๆๆ...
สุดท้ายเลยไม่ได้กลับบ้านเลยอ่าTT
ความจริงไปสมัครโดยไม่รู้ว่าได้200ด้วยซ้ำ...ฉะนั้นไม่ได้งกนะคะ^^
ขอบคุนดีมากเว่ย
บางทีก็ผิดนะ...แต่แค่อยากให้รูว่าโกดอ่ะ
ดีใจเว่ย..อย่างน้อยก็พอได้ g555
^^ 11月11日 ~...~ครบ 1 อาทิตย์ที่เปิดเรียน
ชีวิตก็เดิมๆไม่มีไร
ตื่นเช้า...ไปเรียน..กินข้าว...เรียน..กลับหอ...กินข้าว...นอน
แตอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่คนรุจักเกิดมากที่สุด
happy birthday ทุกคนเลยนะ
วันที่ 7 พฤศจิกายน ของกิต
วันที่ 8 พฤศจิกายิน ของเบลล่า
วันที่ 10 พฤศจิกายน ของส้ม
อวยพรๆๆๆๆ
ขอให้ทุกๆคนมีความสุขมากๆ
คิดอะไรก็ขอให้สมปรารถนา
เรียนเก่ง
สวยๆหล่อๆทุกๆคนเลย
- ซื้อหนังสือนิติกรรม 600ก่าบาท...เลยไร้ซึ่งตังค์กินข้าว..ไส้แห้งเรยยย
- ไหนพี่ว่านิติกรรมชิวๆ..ดูท่าจะกรรมจิงๆนะเนี่ย
- อดไปดูละคร BE ไม่เปนไรกิ๊ฟเข้าใจ...เหอเหอ แอบรุสึกผิด
-ขอบคุณสำหรับข้าว และ ไอติม ให้หนูน้อยประทังหิวค่ะ
- monster house ไม่เหงน่ากลัวเลย
- my girl and i น่ารักดี..ชอบตอนนางเอกซ้อนจักรยานพระเอก แล้วพูดว่า"ถ้าชั้นเรียกชื่อจะตอบทุกครั้งเลยใช่มั๊ย" แล้วพระเอกก็ตอบอ่ะ^^
* 5566622558866-662 777255111126-666777 11月2日 precamp#5นักกฎหมายไม่ขายตัวทุยๆได้หายไปหลายวันอยู่
ไม่ได้ไปอู้แอบหลับที่ไหยเลยนะ...ขอบอกๆ
แต่ที่หายหน้าไปให้ทุกๆคนคิดถึง(อ๊วกกกก)
ไปเปนเดะค่ายมา
งงงอะจิว่าเดะไหน...หน้าก็ออกจะแก่แล้วยังเป็นเดะได้อีกหรอ
จะบอกให้ก็ได้ว่าเปนเดะ precamp#5
ที่บอกว่าเปนเดะก็เพราะว่าเพิ่งจะเปนพี่เลี้ยงครั้งแรกค่ะ^^
ตอนแรกเกือบไม่ได้เปนพี่เลี้ยงแล้วเพราะว่าต้องเปนสวัสฯ...แต่บังเอิญกรรมที่บังอยู่หายไปเลยได้เปน555
สาเหตุที่อยากเปนพี่เลี้ยงก็ม่ายใช่อารายอื่นไกล
แต่เนี่องมาจากเคยมาprecamp#3แล้วประทับใจพี่เลี้ยง คือ พี่เก้งกะพี่เตย(พี่เก้งคงไม่ลอยหรอกเนอะตัวหนัก555)
เลยอยากมาลองเป็นบ้าง
วันที่30 ตุลาคม 2549
ตอนเช้าเนื่องจากทุยติดธุระบางประการเลยไม่สามารถมาเป็นพี่เลี้ยงให้ได้พี่มดเลยมาแทน
มาถึงตอนน้องกินข้าวทุยก็เข้าไปแนะนำตัวกับน้องๆ
"พี่ชื่อหยกนะก๊ะ เปนพี่เลี้ยงน้องๆนะก๊ะ"
ไม่อยากจะบอกเลยว่า น้องมองหน้าเหมือน อีนี่....ตัวไรวะ(ก้อบอกแร้นนนนว่าทุยยยย)
เอาเหอะๆๆๆๆแต่อย่างว่าหยกเปนคนเรียบร้อย(!?!?!?!?!?!?)
เด๋วน้องก็เข้าใจ555
พอตอนบ่ายเป็นการแนะแนวอาชีพ
ทุยก็เริ่มหาอะไรทำ...
ตอนเน้ที่กะลังอินเทรนด์เลย คือ การอ่านหนังสือ
เราก็เริ่มควักหนังสือมาอ่าน โปรดอย่าคิดว่าทุยขยัน เพราะมันคือหนังสือสำหรับเดะเล่มหนึ่ง(อ่านอะไรเหมะกับตัวเองมากเลยทุย)
พอจบจากแนะแนวอาชีพก็เป็นกิจกรรมอ่านหนังสือพิมพ์
โดยจะให้ข่าวน้องมา 2 ข่าว แล้วให้น้องสรุปมันออกมาโดยใส่กฎหมายเข้าไปด้วย
ทุยก็เอิ่มมมม..น้องเอ๊ยพี่ไม่รู้อะไรเลย555
ฉะนั้น...ผ่านมันไป
ต่อไปคือ...บูมกลุ่ม
อยากบอกว่าน้องมัความคิดมากอ่ะ
ตอนปีที่เราไปนี่...คิดอะไรไม่ออกเลยนะก๊ะ...ทำๆไปเหอะนะก๊ะ
พอเห็นของน้องมาทำนี่อายนะก๊ะ
ฉะน้นผ่านๆมันไปอีก555
ต่อไปคือละคร...
ไม่อยากบอกเลยว่าน้องๆทำกันดีอีกแล้ว...ฉะนั้นเราจะไมใอ่ยมากมานะก๊ะ
ไม่อยากบอกเลยว่าเห็นหน้าอย่างน้องแพรวจะแสดงได้ขนาดนี้
น้องพลอยก็เหมือนกัน...ไม่อยากนึกถึง555
พอเลิกก็ต้องพาน้องไปหอโซนD
น้องได้นั่งngvด้วยอ่า...ปีเราต้องแบกกระเป๋าไป
แต่ก็มีข้อดีคือทำให้เราเสร็จเร็ว...แต่กว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยงคืนTT
กว่าจะได้นอนก็นะอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า
วันที่31 ตุลาคม
ตื่นมาตอน 6 โมง มาดูนาฬิกา แล้วนอนต่อ555
แต่ไม่สายน้าอีก 15 นาทีเอง...
มาปลุกน้องตอน 6.45 นะคับ(อยากโชว์ว่ารับผิดชอบอ่ะนะ)
พาน้องไปกินข้าว อยากบอกว่าเสร็จคนแรกนะครับ(นี่ๆๆๆๆ)
พอกินข้าวเสร็จก็walk rally กัน
ฐานแรก ศาลจำลอง
ฮาดี
พี่มดตลกมากอ่ะ...มดซี่
พี่ป้องแอบพูดเรียกพี่มดว่ากระเทยด้วย...555นึกแล้วก็ขำนะเนี่ย
ฐานที่ 2 แฟนพันธุ์แท้
ตอนแรกนึกว่าเรารู้เรื่องดีแล้ว
แต่ที่ไหนได้...
เรียนที่นี่ได้ไงวะไม่รู้อะไรเลย TT
ฐานที่ 3 ฐานพี่เก้งรุสึกจะให้ข้อเท็จจริงแล้วถาม
แต่อย่าถามเราเลยไม่รู้จริงๆ...กะลังงว่าตัวเองเรียนนิติป่าววะเนี่ย
ฐาน 4 สันทนาการ
แต่ให้ท่องมาตรา
อาฮ้า มาตรา 44 ภูมิลำเนาผู้เยาว ยังพอจำได้ๆๆๆ
แต่อาญานี่งงนะก๊ะ
ฉะนั้นไม่พูดถึง
เอฐาน 5 นี่อะไรน้า...จำไม่ได้...งั้นไม่พูด555
ต่อไปก็ไปเติมพลังด้วยการกินข้าว
ต่อไปคือ law firm
ที่จริงได้ลองเล่นมาก่อนแล้วตอนวันที 29 ได้นำด้วยนะ
แต่พอให้น้องเล่น..จะเล่นแทนน้องก็ไม่ได้จึงยืนดูอยู่ห่างๆ
บริษัทเราจึงเริ่มจะโหล่ๆแระ
สุดท้ายก็พอตีตื้นมาได้..ดีจ้งๆๆๆ
ถึงลูกถึงคน
อันนี้ไม่ค่อยได้ดูเลยอ่ะ
เพราะมีประชุมพอเข้ามาก็ดูไม่ค่อยรุเรื่องแระ
เลยไม่รุจะพูดไรดี
กิจกรรมต่อไปหลังกินข้าวคือเหนื่อยจังเลย
เหนื่อยจริงๆนะเนี่ย
ฐานแระให้จับมือแล้วไปแก้
พี่เลี้ยงเล่นด้วย(หง่ะ!?!?!?)
แต่ไม่เท่าไหร่
มาฐานพี่กบนี่สิ
ยืนบนหนังสือพิมพ์..เหมือนจะไม่เหนื่อย
"น้องทำไม่ได้ เอ้าวิ่ง พี่เลี้ยงวิ่งด้วยนะ" แป่ววววว
ไม่สงสารคนแก่เล้ยยยยย
ฐานพี่ตาว
เล่นสกีกัน
เห็นแล้วเหนื่อยนะเฟ้ย
เหนื่อยแทนน้องเลยอ่ะ
ต่อไปฐานของหรีด
โอ้ววว...สก็อตจั๊มป์ท่าโดม
จ๊าบมากก๊ะ...ชอบๆ
ฐานสุดท้านเก้าอี่คน
แต่เราไม่ได้เล่นกันพี่เค้าแค่ให้คุยๆ...อันนี้ดีนะก๊ะเย่ๆๆ
ต่อไปก็มีการอบรมจริยธรรม
ซึ่งทุยต้องพาน้องๆไปคนเดียว
เอาหล่ะซิ...เหนื่อยๆมาเจอแอร์เย็นๆเริ่มเคลิ้ม
555
แต่เป็นคนดีนะก๊ะ...ไม่ได้หลับ
ไม่ใช่อะไรหรอกสมรภูมฺมันหลับไม่ได้...พี่ก็มีถามด้วย
"น้องพี่เลี้ยงว่าไง"
เอาหล่ะซิคับไม่ได้คิดไว้นะคับ
เลยตอบไปเลย
แล้วเข้าสู่ภวังค์ต่อ555
พอออกมาก็มีไหว้อาจารย์สัญญา
ขอเล่าความโก๊ะตัวเองหน่อยเหอะ
คือว่าพี่เค้าเรียกพี่เลี้ยงชายไปทำงาน
เราก็คุยกะพี่
หันไปมอง...เอ้าพี่เลี้ยงหายไปไหนหมด
เลยวิ่งไปหลังอาจารย์สัญญา...มือก็กดหาวิว
วิวก็ไม่รับสาย...หลังอาจารย์สัญญาก็ไม่มีพี่เลี้ยง...เอาหล่ะสิทุยทำไงดี
เลยเดินไปหาพี่ปีใหม่...พี่ปีใหม่พี่เลี้ยงอยู่ไหน
อ้าวก็อยู่ข้างหน้าไงน้องหยก
อ้าววว..ทุยเป็นงงงนะก๊ะ
สรุปคือพี่เลี้ยงผู้หญิงยังอยู่ข้างนอกนั่นแหละ
มีแค่ทุยเสร่อเอง555
ตอนเขียนสมุดกระจกตอนแรกน้องจะเดินเข้ามาหาพี่
แต่ไม่มีน้องเดินมากาทุยเลยยยย
เข้าใจนะว่าน้องอาจจะกลัวใบหน้างามๆ
แต่พี่ฉีดยาแล้วนะน้อง...ไม่ต้องกลัว
555กว่าจะมีน้องเข้ามา..ทุยต้องแทบเสนอว่าเซ็นตอนนี้ให้10บาทเหอเหอ
วันนี้กว่าจะได้นอนตี2
สลบ!?!?!?!?
วันที่ 1 พฤศจิกายน
จะกลับแย้วววว
วันนี้จากง่วงมากๆกลายเปนไม่ง่วงแล้วอ่ะ
ไม่รุจะพูดไรดีแระ
ไปดีก่า
precamp#5 เหนือคำบรรยาย^^
10月13日 จะมี A ซักตัวมาทักทายมั๊ยน้อทุย : ไม่ได้อัพมานานแสนนานเลย...ด้วยความว่าตอนเน้ยุ่งๆ
ลุง : อ้าวแล้วไปทำอะไรหล่ะ
ทุย : ก็อ่านหนังสือสอบอ่ะเซ่...ถามได้
ลุง : เหยยย..อ่านหนังสือสอบด้วยหรอใม่อก่อนไม่เห็นอ่านเลย
ทุย : เฮ้ย..เค้าหน่ะเป็นเดะดีมาตั้งนานแล้วนะอย่ามากล่าวหากันจิ
ลุง : แล้วนี่สอบเสร็จไปกี่วิชาแล้วหล่ะ
ทุย : 5 แล้ว มีไทย อังกฤษ 120 112 กะคอม
ลุง : เป็นไงมั่งหล่ะ อ่านหนังสือจะget A เหมือนข้าวหมูทอดไก่ทอดที่scอ่ะจิ(คนที่ไม่ได้อยู่ธรรมศาสตร์อาจไม่ค่อยเข้าใจว่ามันเกี่ยวไร)
ทุย : ได้กะปริ๊ดจิ วันนี้อุตส่าห์ไปกินมาแต่คงไม่ได้หรอเพราะกินเข้าไปแล้วอ่ะ
ลุง : อ้าวกินเข้าไปก็อึมันออกมาจิ
ทุย : เหยยมุขไรเนี่ย คนยิ่งเครียดๆ
ลุง : โอ๋ๆๆๆๆอย่าคิดมากเลยนะมามะเค้าเลี้ยงไอติม ข้อสอบยากมากหรอ
ทุย : ยากนะทุยว่า ไม่ได้D ก็โอเคแล้วแหละไอ้120เนี่ย โดนลิงตกถังกล้วยด่าว่าโง่จนโง่จมดินเลยวิชานี้...ตกมีนอ่า
ลุง : ตกไปเท่าไหร่หล่ะ
ทุย : คะแนนนึงอ่ะ
ลุง : เหยยคะแนนเดียวขี้ๆ
ทุย : ขี้แน่ถ้าปลายภาคไม่เน่าแต่ปลายภาคเน่ายิ่งกว่ากลางภาคอีกแหนะ
ลุง : อ้าวอันนี้ก็ช่วยไม่ได้นะคร้าบบบ..แล้วเหลือวิชาอะไรที่เป็นความหวังมั่งหล่ะ
ทุย : เหลือวิชานึง แต่ไม่ได้เป็นความหวังเล้ยยยย
ลุง : วิชาอะไรหรอ ไถนา???
ทุย : เฮ้ย ไถนานี่ของถนัดแต่อันนี้ไม่เว่ย แพ่งๆๆๆๆ
ลุง : อะไรนะนี่แกเรียนหมอหรอแพดๆๆๆ
ทุย : แพ่ง ได้ยินชัดป่ะ กฎหมายอ่ะ
ลุง : อ้อออทำไมหล่ะ
ทุย : ก็ยังท่องมาตรามิได้เลย ข้อสอบบรรยายก็เน่าซ้า
ลุง : โอ๋ๆๆๆเดะน้อยผู้น่าสงสาร
ทุย : ช่ายๆ
ลุง : แล้วมานั่งพิมทำไมเนี่ยไปอ่านหนังสือจิ เด๋วเหอะ
ทุย : โด่ นึกว่าจะปลอบใจที่ไหนได้!!!
เพื่อความมันในอารมณ์เราจะมาท่องมาตรากันนะฮ้า
เอานิติบุคคลดีก่าจำไม่ได้
มาตรา 66 นิติบุคคลมีสิธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือกฎหมายอื่น ภายในขอบอำนาจหน้าที่ หรือวัตถุประสงค์ดังได้บัญญัติหรือกำหนดไว้ในกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง
มาตรา 67 นิติบุคคลย่อมมีสิธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึงเป็นได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น
มาตรา 68 ภูมิลำเนาของนิติบุคคลได้แก่สำนักงานใหญ่ หรือถิ่นอันเป็นที่ตั้งที่ทำการ หรือ ถิ่นที่ได้เลือกเอาเป็นภูมิลำเนาเฉพาะการตามข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง
มาตรา 70 นิติบุคคลต้องมีผู้แทนหนึ่งหรือหลายคนตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้งได้กำหนดไว้
ความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล
มาตรา 71 ในกรณีที่นิติบุคคลมีผู้แทนหลายคน การดำเนินกิจการของนิติบุคคลให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของผู้แทนนของนิติบุคคล เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดเป็นประการอื่นในกฎหมาย ข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง
มาตรา 72 การเปลี่ยนผู้แทนของนิติบุคคล หรือการจำกัด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจของผู้แทนนิติบุคคลมีผลต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง แต่จะยกขึ้นเป้นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตมิได้
โอ๊ยยยขี้เกียจพิมแล้ว เอาเป็นว่าแค่นี้ดีก่า
ช่วยส่งกะลังใจให้หยกในการสอบแพ่ง วันที่ 20 ตุลาคมด้วยนะคะผ่านทาง sms 49016802xx Happy Birthday วันเกิดทุกๆคน เราไม่อาจรู้ได้ว่ามีใครบ้างแต่เรารู้ว่ามีจริงๆ มาม่าอร่อยเมื่อกินตอน 5 ทุ่ม และกินกับเพื่อนๆ ที่สิงของเราคือ noc กะ locker ห้องสมุด 112 จะช่วยเราหรือไม่ต้องลองดู คอมจ๋าอย่าทำร้ายจิตใจนู่เลยน้า ขอบคุนที่ระบายความเครียค่ะ^/\^ ท้ายสุด จะมี A ผ่านมาทักทายบ้ามั๊ยน้อ...ถ้าไม่มีขอแพ่ง 80 ละกาน 555
9月9日 ความรู้สึกต่อวิชา TU 153ความรู้สึกต่อวิชาTU 153
ในตอนแรกที่ให้กดเทเลแบงค์กำลังคิอยู่ว่าจะเรียนเลข หรือคอมดี
เนื่องจากว่าเรียนศิลป์ คำนวณมาถ้าให้เรียนเลขตัวง่ายก็คงจะไม่ลำบากเท่าไหร่
เพื่อนโรงเรียนเก่าก็มีชวนเหมือนกัน
"แกเรียนเลขดีกว่า คอมแกจะเรียนรู้เรื่องหรอ โง่คอมจะตาย"
"เออ จริงอ่ะ"
แต่รุ่นพี่บอกว่า
"น้องหยกเรียนคอมดีกว่า ไม่ซีเรียส ได้คะแนนง่าย"
"จริงป่ะ คะแนนง่ายนี่น่าสนนะเนี่ย555"
สุดท้ายเลยกดเทเลแบงค์เรียนคอม
วันแรกที่เรียน
!!!!!?????!?!?!?!???????
แว๊กกกกกดูท่าทางข้าพเจ้าจะลงผิดตัวป่ะเนี่ย
มีแต่...ภาษาอังกฤษอันแสนน่ารัก น่าหลงใหล...โอ้วววววไม่
แค่คอมพิวเตอร์ฉบับบภาษาไทยยังไม่รอด
แล้วเราต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษอีกจะรอดไหมเนี่ย
จะถอนดีไหมเนี่ย
ไม่เอาดีกว่าเสียดายเงินจังถ้าถอนได้เงินคืนครึ่งเดียวเอง
เอาเหอะสู้ไปเรื่อยๆละกัน
วันต่อๆมา
บอกให้สู้ไปเรื่อยๆละกัน
แต่เรียนทีไรก็หลับทุกทีเลย555
พยายามตั้งใจฟังอาจารย์สอนแล้วนะ
แต่รู้สึกเสียงของอาจารย์จะเป็น
"เอ้านักเรียน...หึ่งๆๆๆๆๆๆ"
พยายามจดแล้ว แต่รู้สึกไม่มีอะไรเข้าหัวอยู่ดีอ่ะ
หง่ะ
ใกล้สอบแล้ว
ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย
ภาษาอังกฤษด้วย
พระเจ้า!!!
เลยต้องไปยืมชีทจากเพื่อนที่มีคำแปลมาลอก
ลอกไปก็สงสารตัวเองไป
"โธ่ ไอ้ทุยเอ๋ยไม่น่าต้องลำบากเช่นนี้เลย น่าจะลงเลขจริงๆ"
ลอกแล้วก็ยังจำไม่ได้
เพื่อนคนไหนที่เรียนรู้เรื่องต้องกักตัวเอาไว้ สอนข้าพเจ้าเดี๋ยวนี้
เพื่อนติวให้ตั้งแต่เช้ายันเย็นก็ยังไม่มีอะไรเข้าหัว
โอ๊วววว
เอาเหอะ ไปตายเอาดาบหน้า
ออกห้องสอบ
รู้สึกมึนๆกับข้อสอบจังแต่ดีเนอะผ่านไปได้อีกวิชา555
นั่งอยู่ใต้ถุนsc
"คอมไม่ยากเท่าไหร่เนอะเธอ"
แน่เรอะแก...
"เนี่ยตรงมากเลย"
อ่านจากไหนฟร่ะ ทำไมตูไม่ได้อ่าน
"อันนี้ตอยอันนี้ใช่ป่ะ"
อ้าว กรรมตูตอบผิดแฮะ
"อันนี้ก็ตอบอันนี้ไงตรงมากๆ"
อ้าวผิดอีกแระ ไปเฉลยไกลๆได้ป่ะ เสียความรุ้สึก
"ไงหยกคอมไม่ยากเนอะ"
ไม่ยากอะไรเล่า ผิดไปหลายข้อแล้วเนี่ย
จะรอดไหมเนี่ยเรา ไม่น่างกเลย ถอนแต่แรกก็สิ้นเรื่อง
คะแนนออก
"แกคะแนนคอมออกแล้วนะ"
ว๊ากกกกกก
ไม่อยากดู อ๊ะอยากดูๆๆๆๆ
"หยกได้เกินมีนแหละ"
อ้าวหรอ ดีใจจัง555
"ไหนบอกทำไม่ได้ไง"
ก็ทำไม่ได้จริงๆนี่นา แต่มันดวงดี
เห็นคะแนนแล้วค่อยโล่งขึ้นมาหน่อย
เอาเหอะ
อย่างน้อยคอมก็ตัดอิงเกณฑ์นี่เนอะ
ไม่ต้องเสียวมีนให้มาก
ครั้งหน้าขอข้อสอบง่ายๆหน่อยนะคะอาจารย์ ขอบคุณค่ะ
เพื่อนๆหลายคนอาจจะงงว่าทุยเอาความรู้สึกต่อวิชาคอมมาลงทำไม
สงสัยจะรักวิชาคอมมาก555
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก
เป็นงานที่ต้องทำอ่ะ
อ่านเอาสนุกสนาน...ไม่ต้องซีเรียสมาก
ภาษษที่ใช้อาจคิดว่าส่งงานอาจารย์จริงๆหรอ
ความจริงก็อยากเขียนแบบภาษทางการนะ
แต่ภาษาทางการคงไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่เป็นความรู้สึกจริงๆออกมาได้
มันเลยต้องใช้ภาษาที่เป็นชาวบ้านหน่อย
ถ้าผู้ใดไม่พอใจก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
![]() 7月22日 วันว่างๆ
วันนี้วันเสาร์...ถือว่าเป็นวันว่างที่ทุยจะได้นอนตื่นสายๆสบายๆอีกวัน
ได้นั่งเล่นคอม(แต่ปกติก็ได้เล่นนะ)
ตอนนี้อยู่หอคอมไม่ได้แตะ
ไม่ได้อัพสเปซมานานแระ...แต่ก็ยังหาเรื่องอัพไม่ได้
เช็คเมลล์เจอเมลล์นึงน่ารักดี
เอามาลักไก่อัพเลยละกาน555
ตอนนี้เซ็งเรื่องเรียนมาก(แต่รุสึกจะเซ็งมานานแล้วนะ)
คาบเช้าเริ่มโดด...ไม่ได้เปนเด็กไม่ดี...แต่เรียนก็หลับ
ปวดหัว..ส่งผลให้ELที่ไม่ชอบยิ่งแย่ใหญ่
เลยตัดสินใจไม่เข้าดีก่า^^
ดูเป็นเหตุผลที่ดีจัง555
ไม่มีไรจะอัพแล้วอ่ะ
คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะ |
|
|